หลังจากอ่านบทความนี้ ผู้ค้าจะเรียนรู้

  • ✅ เมื่อใดที่ต้องจดทะเบียนธุรกิจ เมื่อใดที่ต้องลงทะเบียนภาษีเท่านั้น
  • ✅ แยกแยะระหว่างการยื่นภาษีและครัวเรือนแบบเหมาจ่าย
  • ✅ ประเภทธุรกิจ: ออฟไลน์, ออนไลน์, ให้เช่าทรัพย์สิน
  • ✅ ข้อบังคับเกี่ยวกับระบบบัญชีสำหรับธุรกิจครัวเรือนตั้งแต่ปี 2026

1. การขายออนไลน์ต้องจดทะเบียนธุรกิจหรือไม่?

กรณีที่ 1: ขายออนไลน์เท่านั้น (ไม่มีร้านค้า)

ตามกฎข้อบังคับ: ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนธุรกิจ แต่ ต้องลงทะเบียนภาษี

ถ้าคุณ:

  • ขายของผ่าน Facebook, Zalo, TikTok
  • ขายบนแพลตฟอร์ม E-commerce (Shopee, Lazada, TikTok Shop)
  • ไม่มีสถานที่ประกอบธุรกิจถาวร

→ คุณต้องไปที่ สำนักงานสรรพากรท้องถิ่น ที่คุณอาศัยอยู่เพื่อลงทะเบียนภาษี หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของคุณคือหมายเลขบัตรประชาชน

ข้อควรจำที่สำคัญ

แม้ว่ากฎข้อบังคับจะไม่บังคับให้จดทะเบียนธุรกิจ แต่ สำนักงานสรรพากรบางแห่งในท้องถิ่นยังคงต้องการ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจก่อนการลงทะเบียนภาษี

คำแนะนำ: ติดต่อสำนักงานสรรพากรท้องถิ่นที่คุณอาศัยอยู่โดยตรงเพื่อสอบถามก่อนดำเนินการ

กรณีที่ 2: มีร้านค้าหรือสถานที่ประกอบธุรกิจ

ต้องจดทะเบียนธุรกิจ ที่ศาลากลาง/สำนักงานเขตที่ตั้งของสถานที่ประกอบธุรกิจ

ขั้นตอน:

  1. ยื่นเอกสารจดทะเบียนธุรกิจครัวเรือนที่ศาลากลาง/สำนักงานเขต
  2. รับใบรับรองการจดทะเบียนธุรกิจครัวเรือน (พร้อมหมายเลขธุรกิจครัวเรือน)
  3. หมายเลขนี้คือหมายเลขผู้เสียภาษีของธุรกิจครัวเรือน

กรณีที่ 3: การให้เช่าทรัพย์สิน (บ้าน, รถยนต์, อุปกรณ์...)

ไม่ต้องจดทะเบียนธุรกิจ เพียงแค่ลงทะเบียนภาษี

อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับการขายออนไลน์ บางท้องถิ่นอาจมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน


2. ความแตกต่างระหว่างการยื่นภาษีและครัวเรือนแบบเหมาจ่ายคืออะไร?

นี่เป็นสองวิธีในการคำนวณภาษีที่แตกต่างกันสำหรับธุรกิจครัวเรือน:

เกณฑ์ การยื่นภาษี ครัวเรือนแบบเหมาจ่าย
กลุ่มเป้าหมาย รายได้ > 500 ล้าน/ปี รายได้ ≤ 500 ล้าน/ปี
วิธีการคำนวณภาษี ยื่นรายได้จริงด้วยตนเอง หน่วยงานจัดเก็บภาษีจะกำหนดอัตราภาษีคงที่
รอบการยื่นภาษี รายเดือนหรือรายไตรมาส รายปี (รับการแจ้งเตือนจากสรรพากร)
ใบแจ้งหนี้ ต้องใช้ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ ไม่บังคับ
สมุดบัญชี ต้องบันทึกบัญชี ง่ายกว่า
ลายเซ็นดิจิทัล จำเป็นต้องมี ไม่บังคับ

ตัวอย่าง: คุณ Lan ขายเครื่องสำอาง

สถานการณ์ที่ 1: คุณ Lan ขายออนไลน์ผ่าน Facebook มีรายได้ประมาณ 300 ล้าน/ปี → คุณ Lan อยู่ในกลุ่ม ครัวเรือนแบบเหมาจ่าย หรือยื่นภาษีตามแต่ละรายการที่เกิดขึ้น

สถานการณ์ที่ 2: คุณ Lan เปิดร้าน มีรายได้ 800 ล้าน/ปี → คุณ Lan อยู่ในกลุ่ม การยื่นภาษี ต้องยื่นภาษีรายไตรมาส และใช้ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์


3. การขายผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce เป็นอย่างไร?

เมื่อคุณขายบนแพลตฟอร์ม E-commerce ที่ มีฟังก์ชันการชำระเงิน (Shopee, Lazada, TikTok Shop...) แพลตฟอร์มจะ:

  • หักภาษี โดยตรงจากทุกคำสั่งซื้อ
  • ชำระภาษีแทน คุณเข้าสู่ระบบคลังของรัฐ

หมายความว่า: สำหรับรายได้ที่แพลตฟอร์มหักภาษีไปแล้ว คุณ ไม่ต้องยื่นภาษีซ้ำ

แต่โปรดทราบ:

หากคุณ ขายทั้งผ่านแพลตฟอร์มและขายช่องทางอื่น (Facebook, Zalo, เว็บไซต์ส่วนตัว...) แล้ว:

  • ส่วนที่แพลตฟอร์มหักภาษี → ไม่ต้องยื่นภาษี
  • ส่วนที่ขายช่องทางอื่น → ต้องยื่นภาษีด้วยตนเอง

❓ คำถาม: รายได้ทั้งปีน้อยกว่า 500 ล้าน จะขอคืนภาษีที่ถูกหักไว้ได้หรือไม่?

หากรายได้รวมทั้งปีของคุณน้อยกว่า 500 ล้าน (อยู่ในเกณฑ์ได้รับการยกเว้นภาษี) แต่ในปีนั้นแพลตฟอร์มได้หักภาษีไปแล้ว → การขอคืนภาษี ยังไม่มีคำแนะนำที่ชัดเจน ต้องรอประกาศใหม่


4. ข้อบังคับด้านบัญชีสำหรับธุรกิจครัวเรือนตั้งแต่ปี 2026

จุดใหม่ที่สำคัญ

ตั้งแต่ปี 2026 ธุรกิจครัวเรือน ต้องปฏิบัติตามระบบบัญชี (บันทึกบัญชี) ตามกลุ่มรายได้:

กลุ่ม รายได้/ปี จำนวนสมุดบัญชี
กลุ่มที่ 1 ≤ 500 ล้าน 1 เล่ม (สมุดรายได้)
กลุ่มที่ 2 > 500 ล้าน - 3 พันล้าน 1 เล่ม
กลุ่มที่ 3, 4 > 3 พันล้าน 4 เล่ม

ข่าวดี: ระบบบัญชีสำหรับธุรกิจครัวเรือนนั้นง่ายมาก ไม่ซับซ้อนเหมือนบริษัท คุณไม่จำเป็นต้องรู้การลงบัญชีหรือหลักการบัญชีก็สามารถทำได้

ธุรกิจครัวเรือนต้องยื่นงบการเงินหรือไม่?

ไม่ งบการเงินใช้สำหรับบริษัท/นิติบุคคลเท่านั้น


5. ใครสามารถทำบัญชีสำหรับธุรกิจครัวเรือนได้?

ตามกฎข้อบังคับ บุคคลต่อไปนี้ได้รับอนุญาตให้ทำบัญชีสำหรับธุรกิจครัวเรือน:

  • ✅ เจ้าของธุรกิจครัวเรือน
  • ✅ พ่อ, แม่, ภรรยา, สามี, ลูก, พี่น้องท้องของเจ้าของธุรกิจ
  • ✅ ผู้จัดการ, ผู้บริหารในธุรกิจครัวเรือน
  • ✅ พนักงานคลัง, พนักงานการเงิน (รับหน้าที่ควบ)
  • ✅ นักบัญชีภายนอกหรือหน่วยงานบริการบัญชี

กล่าวอีกนัยหนึ่ง: เกือบทุกคนสามารถทำบัญชีสำหรับธุรกิจครัวเรือนได้ ตราบใดที่เจ้าของธุรกิจยินยอม


6. การเปิดบัญชีธนาคารสำหรับธุรกิจครัวเรือน

หากมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ:

นำใบรับรองการจดทะเบียนธุรกิจครัวเรือนไปที่ธนาคารเพื่อเปิดบัญชีในนามธุรกิจครัวเรือน

หากมีเพียงการลงทะเบียนภาษี (ขายออนไลน์):

นำใบรับรองการลงทะเบียนภาษีไปที่ธนาคารเพื่อเปิดบัญชี


รายการตรวจสอบ: เริ่มต้นธุรกิจอย่างถูกต้อง

  • กำหนดประเภทธุรกิจ: ขายออนไลน์ / มีร้านค้า / ให้เช่าทรัพย์สิน
  • ติดต่อสำนักงานสรรพากรท้องถิ่นเพื่อสอบถามเกี่ยวกับข้อกำหนดในการจดทะเบียน
  • จดทะเบียนธุรกิจ (หากจำเป็น) ที่ศาลากลาง/สำนักงานเขต
  • ลงทะเบียนภาษีและรับหมายเลขผู้เสียภาษี
  • เปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับธุรกิจ
  • เรียนรู้เกี่ยวกับภาระภาษี (อ่านบทความถัดไป)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  1. คิดว่าการขายออนไลน์ไม่ต้องจดทะเบียนอะไรเลย → ผิด! ยังคงต้องลงทะเบียนภาษี

  2. ใช้บัญชีส่วนตัวสำหรับธุรกิจ → ควรเปิดบัญชีแยกเพื่อความสะดวกในการจัดการและความโปร่งใสเมื่อหน่วยงานภาษีตรวจสอบ

  3. ไม่เก็บใบกำกับภาษีซื้อ → หากอยู่ในกลุ่มการยื่นภาษี คุณต้องมีใบกำกับภาษีเพื่อพิสูจน์ค่าใช้จ่ายที่สามารถหักลดหย่อนได้

  4. มองข้ามรายได้ที่ขายผ่านแพลตฟอร์ม → แพลตฟอร์มจะหักภาษีเฉพาะส่วนที่ขายผ่านแพลตฟอร์ม ส่วนที่เหลือคุณต้องยื่นภาษีเอง


7. สรุป

การขายของออนไลน์หรือออฟไลน์ล้วนผูกพันกับภาระภาษีและความรับผิดชอบในการจัดการทางการเงิน การเข้าใจอย่างถูกต้องว่าเมื่อใดที่ต้องจดทะเบียนธุรกิจ เมื่อใดที่ต้องลงทะเบียนภาษีเท่านั้น รวมถึงการเข้าใจวิธีการจัดการภาษีที่ใช้อยู่ จะช่วยให้ผู้ขายหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมายและดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ในบริบทของการขายแบบหลายช่องทางที่แพร่หลายมากขึ้น การจัดการคำสั่งซื้อ รายได้ และกระแสเงินสดด้วยตนเองอาจนำไปสู่ข้อผิดพลาดได้ง่าย GTG CRM รองรับผู้ค้าในการจัดการคำสั่งซื้อแบบรวมศูนย์จากหลายช่องทาง เช่น แพลตฟอร์ม E-commerce โซเชียลมีเดีย และช่องทางการขายเฉพาะ รวมถึงการรวบรวมรายได้และออกรายงานเพื่อติดตามและยื่นภาษี นี่เป็นโซลูชันที่ช่วยให้ผู้ขายดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามข้อบังคับปัจจุบัน

GTG CRM ช่วยคุณจัดการคำสั่งซื้อจากหลายช่องทาง (Shopee, Lazada, Facebook...) มาไว้ที่เดียว คำนวณรายได้โดยอัตโนมัติและออกรายงานเพื่อใช้ในการยื่นภาษี เรียนรู้เพิ่มเติม →

เปลี่ยนสิ่งที่ได้อ่านให้เป็นผลลัพธ์จริง — ใช้งานทันทีกับ GTG CRM ฟรี

ใช้งานทันที