ชานี เหงียน
532 ยอดดู
สารบัญ
ผู้ขายออนไลน์จำนวนมากในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การปิดการขายในวันนี้ โดยลืมไปว่าลูกค้าทุกคนที่ทิ้งข้อมูลไว้คือโอกาสในการขายในอนาคต หากไม่มีระบบจัดการข้อมูลลูกค้าที่ดี การขายแต่ละครั้งก็เหมือนกับการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด: ต้องลงโฆษณาใหม่ หาลูกค้าใหม่ และเสียค่าใช้จ่ายใหม่ แต่หากผู้ขายรู้วิธีจัดเก็บและจัดการข้อมูลลูกค้าอย่างถูกต้อง การขายต่อ การดูแลลูกค้า และการทำการตลาดซ้ำก็จะง่ายขึ้นมาก ช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าเหตุใดการเก็บรักษาข้อมูลลูกค้าสำหรับผู้ขายจึงไม่ใช่แค่ความคิดที่ดี แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผสานรวมเว็บไซต์ขายสินค้า หน้า Landing Page สำหรับผู้ขาย และระบบ CRM สำหรับผู้ขายเข้าด้วยกันอย่างราบรื่น จะทำให้คุณไม่พลาดโอกาสในการขายอีกต่อไป
ในความเป็นจริง ผู้ขายออนไลน์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะมือใหม่หรือผู้ที่ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอยู่แล้ว มักจะมุ่งเน้นไปที่ว่าพวกเขาจะได้รับคำสั่งซื้อหรือไม่ พวกเขาจะดีใจเมื่อได้รับคำสั่งซื้อ และจะกังวลเมื่อไม่ได้รับ แต่พวกเขาแทบจะไม่เคยถามตัวเองเลยว่า: หลังจากที่ลูกค้าซื้อสินค้าแล้ว ฉันรู้หรือไม่ว่าพวกเขาเป็นใคร? พวกเขามาจากไหน? พวกเขาสนใจสินค้าอะไร? พวกเขาได้ทิ้งข้อมูลติดต่อไว้หรือไม่?
สถานการณ์นี้มีสาเหตุหลายประการ ประการแรก ผู้ขายคิดว่าการมีตลาดออนไลน์หรือเพจแฟนคลับก็เพียงพอแล้ว และไม่จำเป็นต้องจัดการข้อมูลของตนเอง ประการที่สอง พวกเขาไม่ตระหนักถึงคุณค่าในระยะยาวของการเก็บรักษาข้อมูลลูกค้า ประการที่สาม พวกเขาไม่รู้วิธีจัดเก็บและจัดการข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม เมื่อตลาดมีการแข่งขันสูงขึ้นและต้นทุนการโฆษณาเพิ่มสูงขึ้น การพึ่งพาแพลตฟอร์มของบุคคลที่สามโดยสิ้นเชิงจะทำให้ผู้ขายมีความเสี่ยง หากปราศจากข้อมูลของตนเอง—นั่นคือข้อมูลลูกค้าที่พวกเขารวบรวมและเป็นเจ้าของ—ผู้ขายจะไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับลูกค้าปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำการตลาดซ้ำอย่างมีประสิทธิผล หรือสร้างฐานลูกค้าของตนเองได้
ข้อมูลลูกค้าไม่ใช่แค่ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมลเท่านั้น แต่เป็นรากฐานสำคัญในการทำความเข้าใจว่าลูกค้าของคุณคือใคร มาจากไหน สนใจอะไร และที่สำคัญที่สุดคือ จะขายสินค้าหรือบริการให้พวกเขาได้อย่างไรโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านโฆษณาเพิ่มเติม
ลองนึกภาพว่าคุณลงโฆษณาบน Facebook ด้วยงบประมาณ 500,000 VND เพื่อดึงดูดลูกค้าเป้าหมาย 10 คนมายังหน้า Landing Page ของคุณ ในจำนวนนั้น 3 คนกรอกแบบฟอร์ม 2 คนส่งข้อความมาสอบถามข้อมูล แต่มีเพียง 1 คนเท่านั้นที่ซื้อสินค้าทันที หากคุณไม่เก็บข้อมูลของลูกค้าที่เหลืออีก 4 คน คุณก็จะพลาดโอกาสในการขายสินค้าให้พวกเขาในภายหลัง ครั้งต่อไปที่คุณมีสินค้าใหม่หรือโปรโมชั่น คุณจะต้องลงโฆษณาใหม่ หาลูกค้าใหม่ และใช้เงินอีก 500,000 VND อีกครั้ง
แต่ถ้าคุณมีระบบ CRM สำหรับผู้ขายเพื่อจัดเก็บข้อมูลของผู้เข้าชมหน้า Landing Page จำนวน 9 คน คุณสามารถส่งข้อความ โทร หรือส่งอีเมลหาพวกเขาได้โดยอัตโนมัติเมื่อมีสินค้าที่เหมาะสมพร้อมจำหน่าย ต้นทุนในการรักษาลูกค้าเดิมนั้นต่ำกว่าต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่เสมอ นี่คือเหตุผลที่การรักษาข้อมูลลูกค้าสำหรับผู้ขายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน
ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่คุณต้องรู้ว่าข้อมูลพื้นฐานใดบ้างที่ควรเก็บรักษาไว้ ด้านล่างนี้คือรายการประเภทข้อมูลที่ผู้ขายออนไลน์ควรเก็บรวบรวมและจัดการ:
ข้อมูลนี้ไม่เพียงช่วยให้คุณจำได้ว่าลูกค้าของคุณคือใคร แต่ยังช่วยให้คุณเข้าใจว่าพวกเขาต้องการอะไร ซึ่งจะช่วยให้คุณสร้างกลยุทธ์การขายและการทำการตลาดซ้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับผู้ขาย
ผู้ขายหลายคนคิดว่าการมีเว็บไซต์หรือหน้า Landing Page ก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง หากไม่เชื่อมต่อกับระบบ CRM ข้อมูลลูกค้าก็อาจสูญหายหรือไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย
เว็บไซต์ขายสินค้าคือที่ที่ลูกค้าเรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ดูรายละเอียด และอ่านรีวิว ส่วนหน้า Landing Page สำหรับผู้ขาย มักใช้เพื่อลงโฆษณา โดยเน้นที่ผลิตภัณฑ์หรือโปรโมชั่นเฉพาะเจาะจง โดยมีเป้าหมายหลักคือการรวบรวมข้อมูลลูกค้าผ่านแบบฟอร์มสร้างรายชื่อผู้ติดต่อหรือปุ่มติดต่อ
เมื่อลูกค้ากรอกแบบฟอร์มบนเว็บไซต์หรือหน้า Landing Page หรือเมื่อพวกเขาส่งข้อความผ่าน Live Chat ข้อมูลเหล่านั้นจะต้องถูกส่งไปยัง CRM โดยอัตโนมัติ CRM คือศูนย์กลางที่รวบรวมข้อมูลติดต่อทั้งหมด ช่วยให้ผู้ขายจัดการ จัดหมวดหมู่ และให้บริการลูกค้าอย่างเป็นระบบ หากไม่มีขั้นตอนนี้ ข้อมูลลูกค้าทั้งหมดจะกระจัดกระจายอยู่หลายที่ จัดการได้ยาก และอาจถูกมองข้ามได้ง่าย
กระบวนการที่เรียบง่ายแต่ได้ผลดีอาจเป็นดังนี้:
หากไม่มีระบบ CRM พนักงานขายจะต้องคัดลอกข้อมูลจากแบบฟอร์มลงใน Excel หรือจดบันทึกที่อื่นด้วยตนเอง ซึ่งมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดและเสียเวลามาก นอกจากนี้ เมื่อจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น การจัดการด้วยตนเองก็จะยิ่งยากลำบากมากขึ้น
สมมติว่าคุณเป็นผู้ขายเครื่องสำอางออนไลน์ คุณทำการโฆษณาบน Facebook ที่นำลูกค้าไปยังหน้า Landing Page ที่แนะนำเซรั่มบำรุงผิวตัวใหม่ หน้า Landing Page นั้นมีแบบฟอร์มง่ายๆ ที่ขอให้ลูกค้ากรอกชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล เพื่อรับรหัสส่วนลด 15%
ลูกค้าชื่อหวง อายุ 28 ปี เห็นโฆษณาและคลิกเข้าไป เธอได้กรอกแบบฟอร์มและได้รับรหัสส่วนลด แต่ไม่ได้ซื้อทันทีเพราะเธอยังพิจารณาตัวเลือกอื่นๆ อยู่ หากไม่มีระบบ CRM ข้อมูลของหวงก็จะคงอยู่แค่ในรายชื่ออีเมลหรือไฟล์ Excel ที่คุณอาจไม่เคยกลับมาดูอีกเลย
แต่ถ้าคุณเชื่อมต่อหน้า Landing Page กับ CRM ของคุณแล้ว ข้อมูลของ Huong จะถูกบันทึกเข้าสู่ระบบโดยอัตโนมัติ พร้อมรายละเอียดดังต่อไปนี้:
หลังจากสองวัน คุณสามารถส่งข้อความหา Huong ผ่าน Zalo หรือโทรหาเธอเพื่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ หาก Huong ยังไม่ได้ซื้อ คุณสามารถส่งอีเมลเตือนเธอเกี่ยวกับรหัสส่วนลดที่กำลังจะหมดอายุ หรือหนึ่งเดือนต่อมา เมื่อคุณมีโปรโมชั่นใหม่ คุณสามารถส่งข้อความไปหา Huong และลูกค้าคนอื่นๆ ที่เคยแสดงความสนใจในเซรั่มบำรุงผิวมาก่อนได้
นี่คือพลังของการรักษาข้อมูลลูกค้า คุณไม่เพียงแต่ขายสินค้าให้ลูกค้าเพียงครั้งเดียว แต่คุณยังมีโอกาสขายสินค้าให้พวกเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการโฆษณาเพื่อหาลูกค้าใหม่
ในบริบทของการโฆษณาดิจิทัลที่ท้าทายมากขึ้นเรื่อย ๆ อันเนื่องมาจากนโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เช่น iOS 14, GDPR และแพลตฟอร์มที่จำกัดการแบ่งปันข้อมูลผู้ใช้ การเป็นเจ้าของข้อมูลบุคคลที่หนึ่งจึงกลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันที่สำคัญ
ข้อมูลจากแหล่งที่มาโดยตรง (First-party data) คือข้อมูลที่คุณรวบรวมโดยตรงจากลูกค้าของคุณ ไม่ใช่ผ่านบุคคลที่สาม ข้อมูลนี้อาจเป็นข้อมูลที่ลูกค้ากรอกในแบบฟอร์มบนเว็บไซต์ ข้อมูลที่พวกเขาส่งผ่านแชทสด หรือข้อมูลที่พวกเขาทิ้งไว้เมื่อทำการซื้อสินค้า แตกต่างจากข้อมูลจาก Facebook หรือ Google ซึ่งคุณไม่สามารถควบคุมได้ ข้อมูลจากแหล่งที่มาโดยตรงเป็นของคุณ คุณมีสิทธิ์ที่จะใช้และจัดการข้อมูลเหล่านั้นในแบบของคุณเอง
เมื่อคุณมีข้อมูลบุคคลที่หนึ่ง คุณจะสามารถ:
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมธุรกิจขนาดใหญ่หลายแห่งจึงลงทุนอย่างหนักในการสร้างระบบ CRM และรวบรวมข้อมูลลูกค้า ผู้ขายรายเล็กก็จำเป็นต้องทำเช่นเดียวกันหากต้องการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
GTG CRM เป็นโซลูชันที่ช่วยให้ผู้ขายออนไลน์เชื่อมต่อเว็บไซต์ขายสินค้า หน้า Landing Page ของผู้ขาย และระบบ CRM เข้าด้วยกันได้อย่างราบรื่น ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลลูกค้าจะไม่ตกหล่น
ด้วย GTG CRM คุณจะสามารถ:
ระบบ CRM ของ GTG ไม่เพียงช่วยให้คุณเก็บรักษาข้อมูลลูกค้าไว้ได้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณจัดการและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ด้วยระบบ CRM ที่มีโครงสร้างที่ดี คุณจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียลูกค้าที่มีศักยภาพหรือการเสียค่าใช้จ่ายสูงในการหาลูกค้าใหม่ต่อไป
การไม่สามารถเก็บรักษาข้อมูลลูกค้าได้ คือสาเหตุที่ทำให้ผู้ขายหลายรายประสบปัญหาในการหาลูกค้าใหม่ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณาสูงอย่างต่อเนื่อง และไม่สามารถสร้างฐานลูกค้าที่ภักดีได้ ในขณะเดียวกัน ผู้ขายที่รู้วิธีการเก็บรักษาข้อมูลลูกค้าและจัดการข้อมูลเหล่านั้นโดยใช้ CRM จะมีข้อได้เปรียบอย่างมาก ได้แก่ การขายต่อได้ง่ายขึ้น ต้นทุนต่ำลง และธุรกิจที่ยั่งยืนกว่า
หากคุณขายสินค้าออนไลน์และยังไม่มีระบบจัดการข้อมูลลูกค้า ก็ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว เริ่มต้นด้วยการเชื่อมต่อเว็บไซต์ของคุณกับ CRM โดยใช้ GTG CRM สร้างกระบวนการรวบรวมข้อมูลลูกค้าจากหน้า Landing Page แบบฟอร์มสร้าง Lead และ Live Chat จากนั้นจัดการและดูแลลูกค้าเหล่านั้นอย่างเป็นระบบ นี่คือวิธีที่จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการสร้างปัญหาให้กับตัวเองในการขายในอนาคต
เหตุใดผู้ขายจึงจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลลูกค้า?
การรักษาข้อมูลลูกค้าให้เป็นระเบียบช่วยให้ผู้ขายมีพื้นฐานในการขายซ้ำ สร้างความสัมพันธ์ใหม่ และติดต่อลูกค้าเดิมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายโฆษณาเพิ่มเติมเพื่อหาลูกค้าใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อธุรกิจที่ยั่งยืนและลดต้นทุนการดำเนินงาน
ผู้ขายควรเก็บรักษาข้อมูลประเภทใดบ้าง?
ผู้ขายควรเก็บรักษาข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล แหล่งที่มาของการเข้าชมเว็บไซต์ สินค้าที่ลูกค้าสนใจ ประวัติการติดต่อ และสถานะของลูกค้า ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ขายเข้าใจลูกค้าและพัฒนากลยุทธ์การดูแลลูกค้าที่เหมาะสมได้
เว็บไซต์และหน้า Landing Page มีบทบาทอย่างไรในการรักษาข้อมูลลูกค้า?
เว็บไซต์และหน้า Landing Page คือสถานที่ที่ลูกค้าทิ้งร่องรอยไว้ ไม่ว่าจะเป็นการกรอกแบบฟอร์ม ส่งข้อความ หรือดูสินค้า เมื่อเชื่อมต่อกับระบบ CRM ข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บและจัดการจากส่วนกลาง ช่วยให้พนักงานขายไม่พลาดโอกาสในการขายใดๆ
ระบบ CRM ช่วยให้ผู้ขายจัดการลูกค้าได้อย่างไร?
CRM คือศูนย์กลางข้อมูลลูกค้าทั้งหมด ทำให้พนักงานขายสามารถจัดหมวดหมู่ ติดตามประวัติการติดต่อ และให้บริการลูกค้าอย่างเป็นระบบได้ง่ายขึ้น แทนที่จะจัดการด้วยตนเองโดยใช้ Excel CRM จะช่วยทำให้กระบวนการทำงานเป็นไปโดยอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อมูลจากแหล่งที่มาโดยตรงคืออะไร และเหตุใดจึงมีความสำคัญสำหรับผู้ขาย?
ข้อมูลจากแหล่งที่มาโดยตรง (First-party data) คือข้อมูลที่ผู้ขายรวบรวมได้โดยตรงจากลูกค้า โดยไม่ผ่านตัวกลาง นี่คือสินทรัพย์ที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งช่วยให้ผู้ขายสามารถติดต่อลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างกลยุทธ์การตลาดซ้ำ และลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มโฆษณา
การทำการตลาดซ้ำสำหรับผู้ขายทำงานอย่างไรเมื่อมีข้อมูลลูกค้าอยู่แล้ว?
การมีข้อมูลลูกค้าอยู่ในระบบ CRM ช่วยให้พนักงานขายสามารถติดต่อลูกค้าที่แสดงความสนใจแต่ยังไม่ได้ซื้อสินค้า หรือส่งข้อเสนอพิเศษให้กับลูกค้าปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที ซึ่งเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการลงโฆษณาเพื่อหาลูกค้าใหม่










