Facebook Messenger
ข้อมูลเชิงลึก

การที่ผู้ขายไม่เก็บรักษาข้อมูลลูกค้าไว้ ทำให้ตนเองประสบความยากลำบากในการรักษาฐานลูกค้าในอนาคต

ชานี เหงียน

532 ยอดดู

สารบัญ

ผู้ขายออนไลน์จำนวนมากในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การปิดการขายในวันนี้ โดยลืมไปว่าลูกค้าทุกคนที่ทิ้งข้อมูลไว้คือโอกาสในการขายในอนาคต หากไม่มีระบบจัดการข้อมูลลูกค้าที่ดี การขายแต่ละครั้งก็เหมือนกับการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด: ต้องลงโฆษณาใหม่ หาลูกค้าใหม่ และเสียค่าใช้จ่ายใหม่ แต่หากผู้ขายรู้วิธีจัดเก็บและจัดการข้อมูลลูกค้าอย่างถูกต้อง การขายต่อ การดูแลลูกค้า และการทำการตลาดซ้ำก็จะง่ายขึ้นมาก ช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ

giu-data-khach.png

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าเหตุใดการเก็บรักษาข้อมูลลูกค้าสำหรับผู้ขายจึงไม่ใช่แค่ความคิดที่ดี แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผสานรวมเว็บไซต์ขายสินค้า หน้า Landing Page สำหรับผู้ขาย และระบบ CRM สำหรับผู้ขายเข้าด้วยกันอย่างราบรื่น จะทำให้คุณไม่พลาดโอกาสในการขายอีกต่อไป

เหตุใดผู้ขายจำนวนมากยังคงละเลยการเก็บรักษาข้อมูลลูกค้า?

ในความเป็นจริง ผู้ขายออนไลน์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะมือใหม่หรือผู้ที่ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอยู่แล้ว มักจะมุ่งเน้นไปที่ว่าพวกเขาจะได้รับคำสั่งซื้อหรือไม่ พวกเขาจะดีใจเมื่อได้รับคำสั่งซื้อ และจะกังวลเมื่อไม่ได้รับ แต่พวกเขาแทบจะไม่เคยถามตัวเองเลยว่า: หลังจากที่ลูกค้าซื้อสินค้าแล้ว ฉันรู้หรือไม่ว่าพวกเขาเป็นใคร? พวกเขามาจากไหน? พวกเขาสนใจสินค้าอะไร? พวกเขาได้ทิ้งข้อมูลติดต่อไว้หรือไม่?

สถานการณ์นี้มีสาเหตุหลายประการ ประการแรก ผู้ขายคิดว่าการมีตลาดออนไลน์หรือเพจแฟนคลับก็เพียงพอแล้ว และไม่จำเป็นต้องจัดการข้อมูลของตนเอง ประการที่สอง พวกเขาไม่ตระหนักถึงคุณค่าในระยะยาวของการเก็บรักษาข้อมูลลูกค้า ประการที่สาม พวกเขาไม่รู้วิธีจัดเก็บและจัดการข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม เมื่อตลาดมีการแข่งขันสูงขึ้นและต้นทุนการโฆษณาเพิ่มสูงขึ้น การพึ่งพาแพลตฟอร์มของบุคคลที่สามโดยสิ้นเชิงจะทำให้ผู้ขายมีความเสี่ยง หากปราศจากข้อมูลของตนเอง—นั่นคือข้อมูลลูกค้าที่พวกเขารวบรวมและเป็นเจ้าของ—ผู้ขายจะไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับลูกค้าปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำการตลาดซ้ำอย่างมีประสิทธิผล หรือสร้างฐานลูกค้าของตนเองได้

เหตุใดข้อมูลลูกค้าจึงมีความสำคัญมาก?

ข้อมูลลูกค้าไม่ใช่แค่ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมลเท่านั้น แต่เป็นรากฐานสำคัญในการทำความเข้าใจว่าลูกค้าของคุณคือใคร มาจากไหน สนใจอะไร และที่สำคัญที่สุดคือ จะขายสินค้าหรือบริการให้พวกเขาได้อย่างไรโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านโฆษณาเพิ่มเติม

ลองนึกภาพว่าคุณลงโฆษณาบน Facebook ด้วยงบประมาณ 500,000 VND เพื่อดึงดูดลูกค้าเป้าหมาย 10 คนมายังหน้า Landing Page ของคุณ ในจำนวนนั้น 3 คนกรอกแบบฟอร์ม 2 คนส่งข้อความมาสอบถามข้อมูล แต่มีเพียง 1 คนเท่านั้นที่ซื้อสินค้าทันที หากคุณไม่เก็บข้อมูลของลูกค้าที่เหลืออีก 4 คน คุณก็จะพลาดโอกาสในการขายสินค้าให้พวกเขาในภายหลัง ครั้งต่อไปที่คุณมีสินค้าใหม่หรือโปรโมชั่น คุณจะต้องลงโฆษณาใหม่ หาลูกค้าใหม่ และใช้เงินอีก 500,000 VND อีกครั้ง

แต่ถ้าคุณมีระบบ CRM สำหรับผู้ขายเพื่อจัดเก็บข้อมูลของผู้เข้าชมหน้า Landing Page จำนวน 9 คน คุณสามารถส่งข้อความ โทร หรือส่งอีเมลหาพวกเขาได้โดยอัตโนมัติเมื่อมีสินค้าที่เหมาะสมพร้อมจำหน่าย ต้นทุนในการรักษาลูกค้าเดิมนั้นต่ำกว่าต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่เสมอ นี่คือเหตุผลที่การรักษาข้อมูลลูกค้าสำหรับผู้ขายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน

ผู้ขายจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลประเภทใดบ้าง?

ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่คุณต้องรู้ว่าข้อมูลพื้นฐานใดบ้างที่ควรเก็บรักษาไว้ ด้านล่างนี้คือรายการประเภทข้อมูลที่ผู้ขายออนไลน์ควรเก็บรวบรวมและจัดการ:

  • ข้อมูลติดต่อพื้นฐาน : ชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล นี่คือข้อมูลขั้นต่ำที่คุณต้องใช้ในการติดต่อลูกค้าของคุณ
  • แหล่งที่มาของลูกค้า: ลูกค้าเข้ามาจากโฆษณา Facebook, Google, TikTok หรือจากการแนะนำของเพื่อนหรือไม่? การทราบแหล่งที่มาจะช่วยให้คุณประเมินประสิทธิภาพของช่องทางต่างๆ และจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • สินค้าที่ลูกค้าสนใจ : ลูกค้าสอบถามเกี่ยวกับสินค้าอะไรบ้าง และหน้าสินค้าใดที่มีคนเข้าชมบ่อยที่สุด? ข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
  • ประวัติการโต้ตอบ : ลูกค้ากรอกแบบฟอร์มกี่ครั้ง ถามคำถามอะไรบ้างผ่านข้อความ และทำการซื้อหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้เป็นพื้นฐานในการตัดสินใจเลือกกลยุทธ์การติดต่อครั้งต่อไปของคุณ
  • สถานะลูกค้า : ลูกค้าใหม่ ลูกค้าเป้าหมาย ลูกค้าที่ซื้อสินค้าแล้ว หรือลูกค้าที่ตกลงซื้อขายกันแล้วแต่ยังไม่ได้ชำระเงิน การจัดประเภทลูกค้าจะช่วยให้คุณสามารถให้บริการที่เหมาะสมแก่บุคคลที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม

ข้อมูลนี้ไม่เพียงช่วยให้คุณจำได้ว่าลูกค้าของคุณคือใคร แต่ยังช่วยให้คุณเข้าใจว่าพวกเขาต้องการอะไร ซึ่งจะช่วยให้คุณสร้างกลยุทธ์การขายและการทำการตลาดซ้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับผู้ขาย

เว็บไซต์ หน้า Landing Page และระบบ CRM ทำงานร่วมกันอย่างไร?

ผู้ขายหลายคนคิดว่าการมีเว็บไซต์หรือหน้า Landing Page ก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง หากไม่เชื่อมต่อกับระบบ CRM ข้อมูลลูกค้าก็อาจสูญหายหรือไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย

เว็บไซต์ขายสินค้าคือที่ที่ลูกค้าเรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ดูรายละเอียด และอ่านรีวิว ส่วนหน้า Landing Page สำหรับผู้ขาย มักใช้เพื่อลงโฆษณา โดยเน้นที่ผลิตภัณฑ์หรือโปรโมชั่นเฉพาะเจาะจง โดยมีเป้าหมายหลักคือการรวบรวมข้อมูลลูกค้าผ่านแบบฟอร์มสร้างรายชื่อผู้ติดต่อหรือปุ่มติดต่อ

เมื่อลูกค้ากรอกแบบฟอร์มบนเว็บไซต์หรือหน้า Landing Page หรือเมื่อพวกเขาส่งข้อความผ่าน Live Chat ข้อมูลเหล่านั้นจะต้องถูกส่งไปยัง CRM โดยอัตโนมัติ CRM คือศูนย์กลางที่รวบรวมข้อมูลติดต่อทั้งหมด ช่วยให้ผู้ขายจัดการ จัดหมวดหมู่ และให้บริการลูกค้าอย่างเป็นระบบ หากไม่มีขั้นตอนนี้ ข้อมูลลูกค้าทั้งหมดจะกระจัดกระจายอยู่หลายที่ จัดการได้ยาก และอาจถูกมองข้ามได้ง่าย

กระบวนการที่เรียบง่ายแต่ได้ผลดีอาจเป็นดังนี้:

  1. ลูกค้าเห็นโฆษณาบน Facebook หรือ TikTok แล้วคลิกที่หน้าเว็บปลายทาง
  2. ลูกค้าดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ พบว่าน่าสนใจ และกรอกแบบฟอร์มเพื่อรับคำแนะนำหรือข้อเสนอพิเศษ
  3. ข้อมูลที่ลูกค้ากรอกในแบบฟอร์มจะถูกบันทึกเข้าสู่ระบบ CRM โดยอัตโนมัติ
  4. ผู้ขายได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับลูกค้ารายใหม่และติดต่อลูกค้าโดยตรงเพื่อให้คำแนะนำ
  5. หากลูกค้าไม่ทำการซื้อทันที ข้อมูลจะยังคงถูกบันทึกไว้ในระบบ CRM เพื่อให้ผู้ขายสามารถติดต่อลูกค้าได้ในภายหลัง

หากไม่มีระบบ CRM พนักงานขายจะต้องคัดลอกข้อมูลจากแบบฟอร์มลงใน Excel หรือจดบันทึกที่อื่นด้วยตนเอง ซึ่งมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดและเสียเวลามาก นอกจากนี้ เมื่อจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น การจัดการด้วยตนเองก็จะยิ่งยากลำบากมากขึ้น

ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม: จากแบบฟอร์มสู่ระบบ CRM ผู้ขายยังคงได้รับอะไรอยู่บ้าง?

สมมติว่าคุณเป็นผู้ขายเครื่องสำอางออนไลน์ คุณทำการโฆษณาบน Facebook ที่นำลูกค้าไปยังหน้า Landing Page ที่แนะนำเซรั่มบำรุงผิวตัวใหม่ หน้า Landing Page นั้นมีแบบฟอร์มง่ายๆ ที่ขอให้ลูกค้ากรอกชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล เพื่อรับรหัสส่วนลด 15%

ลูกค้าชื่อหวง อายุ 28 ปี เห็นโฆษณาและคลิกเข้าไป เธอได้กรอกแบบฟอร์มและได้รับรหัสส่วนลด แต่ไม่ได้ซื้อทันทีเพราะเธอยังพิจารณาตัวเลือกอื่นๆ อยู่ หากไม่มีระบบ CRM ข้อมูลของหวงก็จะคงอยู่แค่ในรายชื่ออีเมลหรือไฟล์ Excel ที่คุณอาจไม่เคยกลับมาดูอีกเลย

แต่ถ้าคุณเชื่อมต่อหน้า Landing Page กับ CRM ของคุณแล้ว ข้อมูลของ Huong จะถูกบันทึกเข้าสู่ระบบโดยอัตโนมัติ พร้อมรายละเอียดดังต่อไปนี้:

  • ชื่อ: ฮวง
  • หมายเลขโทรศัพท์: 0912345678
  • อีเมล: huong@example.com
  • ที่มา: โฆษณาบน Facebook – แคมเปญเซรั่มบำรุงผิว
  • ผลิตภัณฑ์ที่สนใจ: เซรั่มบำรุงผิว
  • สถานะ: ลูกค้าเป้าหมาย
  • วันที่บันทึกข้อมูล: 15 เมษายน 2569

หลังจากสองวัน คุณสามารถส่งข้อความหา Huong ผ่าน Zalo หรือโทรหาเธอเพื่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ หาก Huong ยังไม่ได้ซื้อ คุณสามารถส่งอีเมลเตือนเธอเกี่ยวกับรหัสส่วนลดที่กำลังจะหมดอายุ หรือหนึ่งเดือนต่อมา เมื่อคุณมีโปรโมชั่นใหม่ คุณสามารถส่งข้อความไปหา Huong และลูกค้าคนอื่นๆ ที่เคยแสดงความสนใจในเซรั่มบำรุงผิวมาก่อนได้

นี่คือพลังของการรักษาข้อมูลลูกค้า คุณไม่เพียงแต่ขายสินค้าให้ลูกค้าเพียงครั้งเดียว แต่คุณยังมีโอกาสขายสินค้าให้พวกเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการโฆษณาเพื่อหาลูกค้าใหม่

เหตุใดข้อมูลจากแหล่งที่มาโดยตรงจึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ?

ในบริบทของการโฆษณาดิจิทัลที่ท้าทายมากขึ้นเรื่อย ๆ อันเนื่องมาจากนโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เช่น iOS 14, GDPR และแพลตฟอร์มที่จำกัดการแบ่งปันข้อมูลผู้ใช้ การเป็นเจ้าของข้อมูลบุคคลที่หนึ่งจึงกลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันที่สำคัญ

ข้อมูลจากแหล่งที่มาโดยตรง (First-party data) คือข้อมูลที่คุณรวบรวมโดยตรงจากลูกค้าของคุณ ไม่ใช่ผ่านบุคคลที่สาม ข้อมูลนี้อาจเป็นข้อมูลที่ลูกค้ากรอกในแบบฟอร์มบนเว็บไซต์ ข้อมูลที่พวกเขาส่งผ่านแชทสด หรือข้อมูลที่พวกเขาทิ้งไว้เมื่อทำการซื้อสินค้า แตกต่างจากข้อมูลจาก Facebook หรือ Google ซึ่งคุณไม่สามารถควบคุมได้ ข้อมูลจากแหล่งที่มาโดยตรงเป็นของคุณ คุณมีสิทธิ์ที่จะใช้และจัดการข้อมูลเหล่านั้นในแบบของคุณเอง

เมื่อคุณมีข้อมูลบุคคลที่หนึ่ง คุณจะสามารถ:

  • เพิ่มความเป็นอิสระในการดึงดูดลูกค้ากลับมาโดยไม่ต้องพึ่งพาอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม
  • พัฒนากลยุทธ์การตลาดซ้ำโดยอิงจากพฤติกรรมและความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าของคุณ
  • สร้างโปรแกรมดูแลลูกค้าแบบเฉพาะบุคคลเพื่อเพิ่มอัตราการรักษาฐานลูกค้า
  • ลดต้นทุนการโฆษณาลงได้ เพราะคุณสามารถมุ่งเน้นไปที่การรักษาฐานลูกค้าเดิมแทนที่จะเสียเวลาไปกับการหาลูกค้าใหม่ๆ

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมธุรกิจขนาดใหญ่หลายแห่งจึงลงทุนอย่างหนักในการสร้างระบบ CRM และรวบรวมข้อมูลลูกค้า ผู้ขายรายเล็กก็จำเป็นต้องทำเช่นเดียวกันหากต้องการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

GTG CRM ช่วยให้ผู้ขายเชื่อมต่อกับข้อมูลลูกค้าได้อย่างไร?

GTG CRM เป็นโซลูชันที่ช่วยให้ผู้ขายออนไลน์เชื่อมต่อเว็บไซต์ขายสินค้า หน้า Landing Page ของผู้ขาย และระบบ CRM เข้าด้วยกันได้อย่างราบรื่น ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลลูกค้าจะไม่ตกหล่น

ด้วย GTG CRM คุณจะสามารถ:

  • สร้างเว็บไซต์หรือหน้า Landing Page ระดับมืออาชีพเพื่อดึงดูดลูกค้า
  • ผสานรวมแบบฟอร์มเก็บข้อมูลลูกค้าเข้ากับเว็บไซต์หรือหน้า Landing Page ของคุณโดยตรง
  • ข้อมูลจากแบบฟอร์มจะสร้างหรืออัปเดตข้อมูลผู้ติดต่อในระบบ CRM โดยอัตโนมัติ
  • จัดการข้อมูลลูกค้าทั้งหมดจากส่วนกลางในที่เดียว ทำให้ง่ายต่อการจัดหมวดหมู่และจัดการ
  • ใช้ระบบส่งข้อความหรือแชทสดเพื่อช่วยเหลือลูกค้าทันทีเมื่อพวกเขาต้องการความช่วยเหลือ
  • ทำให้กระบวนการต่างๆ เป็นไปโดยอัตโนมัติ ตั้งแต่เว็บไซต์ หน้า Landing Page แบบฟอร์ม ไปจนถึง CRM ลดการทำงานด้วยตนเองให้น้อยที่สุด

ระบบ CRM ของ GTG ไม่เพียงช่วยให้คุณเก็บรักษาข้อมูลลูกค้าไว้ได้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณจัดการและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ด้วยระบบ CRM ที่มีโครงสร้างที่ดี คุณจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียลูกค้าที่มีศักยภาพหรือการเสียค่าใช้จ่ายสูงในการหาลูกค้าใหม่ต่อไป

สรุป

การไม่สามารถเก็บรักษาข้อมูลลูกค้าได้ คือสาเหตุที่ทำให้ผู้ขายหลายรายประสบปัญหาในการหาลูกค้าใหม่ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณาสูงอย่างต่อเนื่อง และไม่สามารถสร้างฐานลูกค้าที่ภักดีได้ ในขณะเดียวกัน ผู้ขายที่รู้วิธีการเก็บรักษาข้อมูลลูกค้าและจัดการข้อมูลเหล่านั้นโดยใช้ CRM จะมีข้อได้เปรียบอย่างมาก ได้แก่ การขายต่อได้ง่ายขึ้น ต้นทุนต่ำลง และธุรกิจที่ยั่งยืนกว่า

หากคุณขายสินค้าออนไลน์และยังไม่มีระบบจัดการข้อมูลลูกค้า ก็ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว เริ่มต้นด้วยการเชื่อมต่อเว็บไซต์ของคุณกับ CRM โดยใช้ GTG CRM สร้างกระบวนการรวบรวมข้อมูลลูกค้าจากหน้า Landing Page แบบฟอร์มสร้าง Lead และ Live Chat จากนั้นจัดการและดูแลลูกค้าเหล่านั้นอย่างเป็นระบบ นี่คือวิธีที่จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการสร้างปัญหาให้กับตัวเองในการขายในอนาคต

คำถามที่พบบ่อย

เหตุใดผู้ขายจึงจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลลูกค้า?

การรักษาข้อมูลลูกค้าให้เป็นระเบียบช่วยให้ผู้ขายมีพื้นฐานในการขายซ้ำ สร้างความสัมพันธ์ใหม่ และติดต่อลูกค้าเดิมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายโฆษณาเพิ่มเติมเพื่อหาลูกค้าใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อธุรกิจที่ยั่งยืนและลดต้นทุนการดำเนินงาน

ผู้ขายควรเก็บรักษาข้อมูลประเภทใดบ้าง?

ผู้ขายควรเก็บรักษาข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล แหล่งที่มาของการเข้าชมเว็บไซต์ สินค้าที่ลูกค้าสนใจ ประวัติการติดต่อ และสถานะของลูกค้า ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ขายเข้าใจลูกค้าและพัฒนากลยุทธ์การดูแลลูกค้าที่เหมาะสมได้

เว็บไซต์และหน้า Landing Page มีบทบาทอย่างไรในการรักษาข้อมูลลูกค้า?

เว็บไซต์และหน้า Landing Page คือสถานที่ที่ลูกค้าทิ้งร่องรอยไว้ ไม่ว่าจะเป็นการกรอกแบบฟอร์ม ส่งข้อความ หรือดูสินค้า เมื่อเชื่อมต่อกับระบบ CRM ข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บและจัดการจากส่วนกลาง ช่วยให้พนักงานขายไม่พลาดโอกาสในการขายใดๆ

ระบบ CRM ช่วยให้ผู้ขายจัดการลูกค้าได้อย่างไร?

CRM คือศูนย์กลางข้อมูลลูกค้าทั้งหมด ทำให้พนักงานขายสามารถจัดหมวดหมู่ ติดตามประวัติการติดต่อ และให้บริการลูกค้าอย่างเป็นระบบได้ง่ายขึ้น แทนที่จะจัดการด้วยตนเองโดยใช้ Excel CRM จะช่วยทำให้กระบวนการทำงานเป็นไปโดยอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข้อมูลจากแหล่งที่มาโดยตรงคืออะไร และเหตุใดจึงมีความสำคัญสำหรับผู้ขาย?

ข้อมูลจากแหล่งที่มาโดยตรง (First-party data) คือข้อมูลที่ผู้ขายรวบรวมได้โดยตรงจากลูกค้า โดยไม่ผ่านตัวกลาง นี่คือสินทรัพย์ที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งช่วยให้ผู้ขายสามารถติดต่อลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างกลยุทธ์การตลาดซ้ำ และลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มโฆษณา

การทำการตลาดซ้ำสำหรับผู้ขายทำงานอย่างไรเมื่อมีข้อมูลลูกค้าอยู่แล้ว?

การมีข้อมูลลูกค้าอยู่ในระบบ CRM ช่วยให้พนักงานขายสามารถติดต่อลูกค้าที่แสดงความสนใจแต่ยังไม่ได้ซื้อสินค้า หรือส่งข้อเสนอพิเศษให้กับลูกค้าปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที ซึ่งเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการลงโฆษณาเพื่อหาลูกค้าใหม่

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

เผยวิธีเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการธุรกิจออนไลน์สำหรับเจ้าของร้านเครื่องใช้ในครัวเรือน
กรณีศึกษา

เผยวิธีเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการธุรกิจออนไลน์สำหรับเจ้าของร้านเครื่องใช้ในครัวเรือน

ซูเปอร์มาร์เก็ตอิเล็กทรอนิกส์ Thien Nam Hoa - แอปพลิเคชัน CRM เพื่อเร่งการขายปลีก
กรณีศึกษา

ซูเปอร์มาร์เก็ตอิเล็กทรอนิกส์ Thien Nam Hoa - แอปพลิเคชัน CRM เพื่อเร่งการขายปลีก

Coolmate - สตาร์ทอัพเวียดนามสร้างรายได้มหาศาลด้วย CRM และระบบอัตโนมัติ
กรณีศึกษา

Coolmate - สตาร์ทอัพเวียดนามสร้างรายได้มหาศาลด้วย CRM และระบบอัตโนมัติ

กลยุทธ์การตลาดและการขายสิ้นปีและบทบาทของ GTG CRM ในการเพิ่มรายได้
กรณีศึกษา

กลยุทธ์การตลาดและการขายสิ้นปีและบทบาทของ GTG CRM ในการเพิ่มรายได้

จากความล้มเหลวของ Toys “R” Us สู่การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจดั้งเดิมในยุคดิจิทัล
กรณีศึกษา

จากความล้มเหลวของ Toys “R” Us สู่การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจดั้งเดิมในยุคดิจิทัล

กรณีศึกษา: คุณหลาน อานห์ - จากความสับสนเกี่ยวกับการจัดการหลายช่องทาง สู่การขายอย่างมีประสิทธิภาพด้วย GTG CRM
กรณีศึกษา

กรณีศึกษา: คุณหลาน อานห์ - จากความสับสนเกี่ยวกับการจัดการหลายช่องทาง สู่การขายอย่างมีประสิทธิภาพด้วย GTG CRM

ธุรกิจต้องการอะไรจาก CRM ในยุคดิจิทัล? โซลูชันที่ครอบคลุมของ GTG CRM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการโต้ตอบและการเติบโต
กรณีศึกษา

ธุรกิจต้องการอะไรจาก CRM ในยุคดิจิทัล? โซลูชันที่ครอบคลุมของ GTG CRM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการโต้ตอบและการเติบโต

เคล็ดลับสู่ธุรกิจของเล่นเด็กออนไลน์ที่ยั่งยืน: เพิ่มรายได้ด้วย GTG CRM
กรณีศึกษา

เคล็ดลับสู่ธุรกิจของเล่นเด็กออนไลน์ที่ยั่งยืน: เพิ่มรายได้ด้วย GTG CRM

กรณีศึกษา: HubSpot - เมื่อ Landing Page และ Email Nurture รวมกันเป็นเครื่อง Conversion
กรณีศึกษา

กรณีศึกษา: HubSpot - เมื่อ Landing Page และ Email Nurture รวมกันเป็นเครื่อง Conversion

กรณีศึกษา: เพิ่มอัตราการแปลงและเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนการโฆษณาสำหรับเครือข่ายแฟชั่น A-Style ด้วย GTG CRM
กรณีศึกษา

กรณีศึกษา: เพิ่มอัตราการแปลงและเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนการโฆษณาสำหรับเครือข่ายแฟชั่น A-Style ด้วย GTG CRM

กรณีศึกษา: Hydrate Medical - รายได้สามเท่าด้วยการตลาดเชิงระบบ
กรณีศึกษา

กรณีศึกษา: Hydrate Medical - รายได้สามเท่าด้วยการตลาดเชิงระบบ

กรณีศึกษา: Temu - เมื่อการมีส่วนร่วมและการปรับแต่งเป็นกุญแจสำคัญสู่การเติบโต
กรณีศึกษา

กรณีศึกษา: Temu - เมื่อการมีส่วนร่วมและการปรับแต่งเป็นกุญแจสำคัญสู่การเติบโต

เพิ่มประสิทธิภาพงาน เร่งการเติบโตของธุรกิจ

เริ่มต้นด้วยเครดิตฟรี
แถม 20.00036.888 credit
ฟีเจอร์ครบทุกอย่าง
ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต