กระบวนการขายคืออะไร?
กระบวนการขายคือชุดขั้นตอนที่ออกแบบมาเพื่อนำทางลูกค้าจากขั้นตอนการรับรู้ไปสู่การตัดสินใจซื้อ และในที่สุดก็กลายเป็นลูกค้าประจำ กระบวนการนี้รวมถึงกิจกรรมต่างๆ เช่น การสร้างโอกาสทางการขาย การติดต่อสื่อสาร การโน้มน้าวใจ การปิดการขาย และบริการหลังการขาย กระบวนการที่มีประสิทธิภาพต้องประกอบด้วย:
- เป็นระบบ: ง่ายต่อการนำไปใช้และทำซ้ำได้โดยพนักงานทุกคน
- วัดผลได้: ช่วยติดตามประสิทธิภาพในแต่ละขั้นตอน (เช่น อัตราการเปลี่ยนลูกค้าเป้าหมายเป็นลูกค้าจริง ระยะเวลาในการปิดการขาย)
- เน้นที่ลูกค้าเป็นหลัก: ตอบสนองความต้องการที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ "ขาย" สินค้า
ตัวอย่างเช่น ร้านค้าแฟชั่นออนไลน์อาจสร้างกระบวนการที่ประกอบด้วยการลงโฆษณาบน Instagram (เพื่อหาลูกค้าเป้าหมาย) การติดต่อลูกค้าผ่านการให้คำปรึกษาทางข้อความ การจัดส่งสินค้า และการส่งอีเมลขอบคุณหลังจากที่ลูกค้าทำการซื้อสินค้า
เหตุใดจึงจำเป็นต้องสร้างกระบวนการขายที่เป็นมาตรฐาน?
หากไม่มีกระบวนการทำงานที่ชัดเจน ทีมขายอาจตกอยู่ในกับดักต่อไปนี้ได้ง่ายๆ:
- การทำงานโดยอาศัยสัญชาตญาณ: พนักงานแต่ละคนใช้วิธีการของตนเอง ส่งผลให้ผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอ
- พลาดโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมาย: การไม่ติดตามลูกค้าเป้าหมายส่งผลให้พลาดโอกาสในการปิดการขาย
- ฝึกอบรมยาก: พนักงานใหม่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน
- วัดผลไม่ได้: ไม่ชัดเจนว่าขั้นตอนใดมีประสิทธิภาพต่ำกว่ามาตรฐาน
ในทางกลับกัน กระบวนการที่เป็นมาตรฐานมีข้อดีดังต่อไปนี้:
- ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น: พนักงานทำงานร่วมกันเป็นทีม ลดข้อผิดพลาดลง
- ปรับขนาดได้: ฝึกอบรมพนักงานใหม่และทำซ้ำโมเดลการขายได้ง่าย
- ปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า: ลูกค้าจะได้รับการบริการที่เป็นมืออาชีพและสม่ำเสมอ
- การเพิ่มประสิทธิภาพโดยใช้ข้อมูลเป็นหลัก: วิเคราะห์และปรับปรุงทีละขั้นตอนได้อย่างง่ายดาย
ผังงานกระบวนการขาย 7 ขั้นตอนด้วย GTG CRM
ขั้นตอนที่ 1: การเตรียมตัวและการตั้งเป้าหมาย
วัตถุประสงค์: เพื่อทำความเข้าใจลูกค้าและตลาด เพื่อพัฒนากลยุทธ์ที่เหมาะสม
วิธีการทำ:
- การวิจัยตลาด: ใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น Google Trends, SEMrush หรือแบบสำรวจลูกค้า เพื่อระบุแนวโน้มและความต้องการ
- โปรไฟล์ลูกค้า: การระบุอายุ รายได้ พฤติกรรม และปัญหาของลูกค้า ตัวอย่างเช่น ร้านขายเครื่องสำอางอาจกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิงอายุ 25-35 ปี ที่สนใจผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก
- เลือกช่องทางการเข้าถึงของคุณ: การโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย, SEO หรือการสัมมนาออนไลน์
- กำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI): ตัวอย่างเช่น รวบรวมลูกค้าเป้าหมาย 100 รายต่อเดือน หรือบรรลุอัตราการแปลงลูกค้าเป้าหมาย 20%

ธุรกิจจำเป็นต้องทำการวิจัยตลาดและลูกค้าเพื่อพัฒนากระบวนการขาย
คุณสามารถใช้แพลตฟอร์ม CRM เพื่อทำให้ขั้นตอนนี้ง่ายขึ้นได้ GTG CRM เป็นเครื่องมือหนึ่งที่สามารถช่วยรวบรวมข้อมูลลูกค้าจากแหล่งต่างๆ และจัดการข้อมูลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพบนแพลตฟอร์มเดียว หากคุณไม่ได้ใช้ CRM คุณสามารถใช้ Google Sheets เพื่อบันทึกข้อมูลได้
ขั้นตอนที่ 2: ระบุกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
วัตถุประสงค์: เพื่อสร้างรายชื่อลูกค้าเป้าหมายที่มีแนวโน้มสูงที่จะทำการซื้อสินค้า
วิธีการทำ:
- การสร้างฐานลูกค้าเป้าหมาย: การใช้แบบฟอร์มลงทะเบียนบนเว็บไซต์/หน้า Landing Page, การโฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่าย หรือกิจกรรมออฟไลน์
- การคัดกรองผู้สนใจ: จัดหมวดหมู่ตามความต้องการ ความสามารถในการจ่าย และระดับความสนใจ
- ใช้ระบบการให้คะแนนลูกค้าเป้าหมาย: ประเมินลูกค้าเป้าหมายตามพฤติกรรม (เช่น การดาวน์โหลดอีบุ๊ก = 10 คะแนน, การโทรปรึกษา = 50 คะแนน)

ระบุว่าลูกค้ากลุ่มใดคือลูกค้าตัวจริงที่มีความต้องการผลิตภัณฑ์ของคุณ
GTG CRM รวบรวมข้อมูลลูกค้าเป้าหมายจากแหล่งต่างๆ โดยอัตโนมัติ เช่น หน้า Landing Page แบบฟอร์มลงทะเบียน และโซเชียลมีเดีย แสดงข้อมูลในช่องข้อมูลที่ยืดหยุ่นเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นและจัดหมวดหมู่พวกเขาให้อยู่ในกลุ่มที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาของทีมขายและช่วยให้พวกเขาสามารถจัดลำดับความสำคัญของกลุ่มลูกค้าที่มีคุณค่าและเหมาะสมได้
นอกจากนี้ GTG CRM ยังมีเทมเพลตหน้า Landing Page พร้อมแบบฟอร์มข้อมูลและแชทสดในตัว ทำให้การสร้างลูกค้าเป้าหมายง่ายกว่าที่เคย ลองดูเดโมได้เลยตอน นี้
ขั้นตอนที่ 3: เข้าหาและสร้างความสัมพันธ์
วัตถุประสงค์: เพื่อสร้างความประทับใจที่ดีและเข้าใจความต้องการของลูกค้า
วิธีการทำ:
- ปรับวิธีการติดต่อให้เหมาะสม: ส่งอีเมลหรือข้อความตามข้อมูลของลูกค้าเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น: "สวัสดี นัม ฉันเห็นว่าคุณสนใจหลักสูตรการตลาด คุณกำลังพยายามแก้ปัญหาอะไรอยู่?"
- ถามคำถามปลายเปิด: ถามเกี่ยวกับปัญหาของลูกค้าแทนที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
- การติดตามอย่างต่อเนื่อง: บันทึกปฏิสัมพันธ์ทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลซ้ำซ้อน
GTG CRM รองรับการส่งอีเมลและข้อความโดยตรงภายในระบบ พร้อมทั้ง รวบรวมข้อความทั้งหมดจากช่องทางต่างๆ ไว้ในกล่องจดหมายเดียว ระบบยังอนุญาตให้ติดป้ายกำกับ จัดหมวดหมู่ตามสถานะ (เช่น กำลังดำเนินการ ชำระเงินแล้ว พันธมิตร เป็นต้น) และรองรับการส่งข้อความจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาของคุณได้ 10-15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์โดยไม่พลาดการสนทนาใดๆ
ขั้นตอนที่ 4: แนะนำผลิตภัณฑ์/บริการ
วัตถุประสงค์: เพื่อนำเสนอโซลูชันที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า
วิธีการทำ:
- เน้นคุณค่า: แทนที่จะ列举คุณสมบัติ ให้เน้นประโยชน์ ตัวอย่างเช่น แทนที่จะบอกว่า “ผลิตภัณฑ์นี้มีค่า SPF 50” ให้บอกว่า “ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีได้ 98%”
- ปรับแต่งโซลูชันให้เหมาะสม: ระบุตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจง เช่น "ด้วยงบประมาณ 10 ล้านดอง เราขอแนะนำแพ็กเกจออกแบบเว็บไซต์นี้เพื่อเพิ่มปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ 30%"
- ใช้เนื้อหาภาพ: ส่งวิดีโอสาธิต อินโฟกราฟิก หรือหน้า Landing Page
GTG นำเสนอเทมเพลตหน้า Landing Page ช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถแนะนำผลิตภัณฑ์ได้อย่างมืออาชีพ สม่ำเสมอ และง่ายดาย นอกจากนี้ GTG CRM ยังมีเทมเพลตอีเมลเพื่อช่วยให้คุณดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ลองใช้ฟรีได้เลย!

คลังเทมเพลต Landing Page อันทรงคุณค่าของ GTG CRM
ขั้นตอนที่ 5: เสนอราคาและโน้มน้าวใจลูกค้า
วัตถุประสงค์: เพื่อโน้มน้าวลูกค้าด้วยข้อเสนอที่เหมาะสมและชัดเจน
วิธีการทำ:
- ราคาโปร่งใส: ส่งรายการราคาโดยละเอียด รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ (ถ้ามี) ตัวอย่างเช่น: "แพ็กเกจพื้นฐาน 5 ล้าน VND/เดือน ส่วนลด 10% หากชำระล่วงหน้า 6 เดือน"
- การตอบข้อสงสัย: เตรียมคำตอบสำหรับคำถามทั่วไป (ราคา คุณภาพ บริการหลังการขาย)
- สร้างความรู้สึกว่าสินค้ามีจำนวนจำกัด: ตัวอย่างเช่น "ข้อเสนอนี้ใช้ได้ถึงสิ้นเดือนเท่านั้น"
GTG CRM ช่วยให้สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้บนแพลตฟอร์มเดียว บันทึกทุกการสนทนา ทำให้ทีมสามารถติดตาม ประสานงาน และส่งมอบข้อความที่น่าสนใจได้อย่างง่ายดาย
ขั้นตอนที่ 6: ตอบคำถามและยืนยันคำสั่งซื้อให้เรียบร้อย
วัตถุประสงค์: เพื่อขจัดอุปสรรคและส่งเสริมให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
วิธีการทำ:
- ตอบกลับรวดเร็ว: ตอบคำถามภายใน 24 ชั่วโมง
- สรุปประโยชน์: ย้ำคุณค่าหลักของผลิตภัณฑ์/บริการ
- การกระตุ้นให้เกิดการกระทำที่ชัดเจน: ตัวอย่างเช่น "คุณต้องการให้ฉันส่งสัญญาให้คุณวันนี้หรือไม่?"
ระบบแชทสดของ GTG CRM ช่วยให้คุณตอบคำถามลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ปุ่มแชทสดสามารถปรับแต่งให้เข้ากับแบรนด์ของคุณได้อย่างเต็มที่ หากคุณมีเว็บไซต์อยู่แล้ว เพียงคัดลอกและวางสคริปต์นี้ลงในเว็บไซต์ของคุณเพื่อสร้างฟีเจอร์แชทสดที่สมบูรณ์แบบ

อินเทอร์เฟซแชทสดของ GTG CRM
ขั้นตอนที่ 7: การดูแลหลังการขาย - การเพิ่มยอดขายและการรักษาฐานลูกค้า
วัตถุประสงค์: เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวและเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้า (LTV)
วิธีการทำ:
- ส่งข้อความขอบคุณ: ส่งอีเมลหรือข้อความ SMS หลังจากซื้อสินค้า
- ขอความคิดเห็น: ส่งแบบสอบถามสั้นๆ (5 คำถาม) เพื่อรับฟังความคิดเห็นของคุณ
- การขายสินค้าเพิ่มเติม/การขายสินค้าที่เกี่ยวข้อง: การแนะนำสินค้าเพิ่มเติม ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกค้าซื้อเครื่องสำอาง คุณอาจแนะนำมาส์กหน้าเพิ่มอีกด้วย
- โปรแกรมขอบคุณลูกค้า: มอบคูปองหรือเชิญชวนให้เข้าร่วมโปรแกรมสะสมแต้มของเรา
ในขั้นตอนนี้ GTG CRM สามารถช่วยเหลือคุณได้อย่างเต็มที่ด้วยฟีเจอร์เวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ ซึ่งจะส่งอีเมลโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยคุณรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า เพิ่มอัตราการกลับมาซื้อซ้ำ และเปลี่ยนลูกค้าให้กลายเป็นผู้แนะนำแบรนด์โดยธรรมชาติ

วิธีการสร้างเวิร์กโฟลว์การดูแลลูกค้าอัตโนมัติด้วย GTG CRM
สรุป
การสร้างกระบวนการขายที่เป็นระบบไม่เพียงแต่จะเพิ่มอัตราการเปลี่ยนลูกค้าเป้าหมายให้เป็นลูกค้าจริงเท่านั้น แต่ยังวางรากฐานสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนอีกด้วย ด้วย 7 ขั้นตอนข้างต้น คุณสามารถเริ่มต้นได้แม้ไม่มีเครื่องมือ CRM แต่เครื่องมือ CRM อัจฉริยะอย่าง GTG CRM จะช่วยทำให้กระบวนการทำงานเป็นไปโดยอัตโนมัติและติดตามประสิทธิภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดเวลาของคุณได้หลายชั่วโมง ทดลองใช้ GTG CRM ฟรีได้แล้ววันนี้ที่ GTG CRM
เปลี่ยนสิ่งที่คุณเพิ่งอ่านให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ — นำไปใช้ได้เลยตอนนี้ด้วย GTG CRM ฟรี
สมัครเลย


