กรณีศึกษา

จากความล้มเหลวของ Toys “R” Us สู่การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจดั้งเดิมในยุคดิจิทัล

ทันห์ ตรา

532 ยอดดู

สารบัญ

ความล้มเหลวของ Toys “R” Us: เส้นทางสู่การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ

เมื่อยุคดิจิทัลพลิกผันกฎเกณฑ์ทางธุรกิจทั้งหมด

โลกธุรกิจกำลังเข้าสู่ยุคที่ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงนิยามของอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างถาวร

Amazon และ Alibaba ได้เขย่าวงการค้าปลีกแบบดั้งเดิม Uber และ Grab ได้เปลี่ยนแปลงบริการแท็กซี่ไปอย่างสิ้นเชิง และ Airbnb ได้สร้างวิกฤตโรงแรมระดับโลก

เมื่อคลื่นแห่งเทคโนโลยีนี้มาถึง ธุรกิจแบบดั้งเดิมส่วนใหญ่ก็ตอบสนองโดยสัญชาตญาณ:

ซูเปอร์มาร์เก็ตเปิดตัวแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

บริษัทแท็กซี่เปิดตัวแอปพลิเคชันเรียกรถ

ร้านอาหารแห่งนี้สร้างเว็บไซต์สำหรับสั่งอาหารออนไลน์

แต่คนส่วนใหญ่ กลับติดอยู่ในวังวนของการแข่งขันทางเทคโนโลยีที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งความได้เปรียบแบบเก่าถูกลบล้างไป ในขณะที่ความได้เปรียบแบบใหม่ยังไม่ปรากฏขึ้น

พวกเขาลืมไปว่า "การเข้าใช้งานออนไลน์" ไม่ได้หมายความถึง "การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล" เสมอไป

กรณีศึกษา: การล่มสลายของ Toys “R” Us – เมื่อ “ยักษ์ใหญ่แห่งวงการของเล่น” พ่ายแพ้ในตลาดของตนเอง

ในปี 2018 Toys “R” Us ร้านค้าปลีกของเล่นชื่อดังที่มีประวัติยาวนานกว่า 70 ปี ประกาศล้มละลายและปิดร้านค้าทั้งหมด 735 สาขาในสหรัฐอเมริกา

เมื่อมองแวบแรก หลายคนคิดว่าพวกเขาประสบความล้มเหลวเพราะปรับตัวช้า แต่ในความเป็นจริง พวกเขา ได้เริ่ม "เข้าสู่โลกออนไลน์" ตั้งแต่ปี 2000 แล้ว โดยร่วมมือกับ Amazon เพื่อขายสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้พวกเขาล่มสลาย?

ข้อผิดพลาดที่ 1: เปลี่ยนช่องทีวี แต่ไม่เปลี่ยนความคิด

Toys “R” Us ได้นำรูปแบบร้านค้าออฟไลน์มาปรับใช้กับระบบออนไลน์โดยตรง

พวกเขาเห็นว่าอีคอมเมิร์ซเป็นเพียง ช่องทางการขายอีกช่องทางหนึ่ง เท่านั้น ไม่ใช่ ประสบการณ์ใหม่ของลูกค้า

เมื่อสินค้ามีความคล้ายคลึงกันมากขึ้น ราคาถูกลง และการจัดส่งรวดเร็วขึ้น ลูกค้าก็จะค่อยๆ ละทิ้ง "แบรนด์ระดับตำนาน" ไป

ข้อผิดพลาดที่ 2: การสูญเสียความเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า

การขายผ่าน Amazon หมายถึง การสูญเสียข้อมูลผู้ซื้อทั้งหมด ซึ่งในยุคดิจิทัลนี้ ข้อมูลดังกล่าวถือเป็น "หัวใจสำคัญของธุรกิจ"

ร้าน Toys “R” Us ไม่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรม ปรับแต่งประสบการณ์ หรือติดต่อกับลูกค้าเก่าได้อีกครั้ง

เมื่อข้อมูลตกอยู่ในมือของแพลตฟอร์ม ธุรกิจจะสูญเสียความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม

ข้อผิดพลาดที่ 3: การไม่สร้างคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์

ตั้งแต่ตัวผลิตภัณฑ์ ราคา ไปจนถึงประสบการณ์ ทุกอย่าง เหมือนกันหมด

เมื่อผู้บริโภคมีตัวเลือกที่คล้ายคลึงกันนับร้อยให้เลือกเพียงแค่คลิกไม่กี่ครั้ง แบรนด์ที่มีชื่อเสียงจึงไม่ใช่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป

ผลสรุป: บริษัท Toys “R” Us ไม่ได้แพ้เพราะ “ความล้มเหลวทางเทคโนโลยี” แต่เป็นเพราะ ขาดความสามารถในการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าของตน

พวกเขาต่อสู้โดยใช้อาวุธของผู้อื่น และความพ่ายแพ้จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อธุรกิจแบบดั้งเดิมรู้วิธี "ปรับเปลี่ยนตัวเอง"

ในขณะที่ Toys “R” Us ล้มเหลว ธุรกิจอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันจำนวนมากกลับเติบโตขึ้นมาโดย มุ่งเน้นที่การสร้างมูลค่า มากกว่าการไล่ตามเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด

กรณีศึกษาที่ 1: Build-A-Bear – เปลี่ยนลูกค้าให้เป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม

Build-A-Bear ไม่ได้แค่ขายตุ๊กตาหมี แต่พวกเขาขาย ประสบการณ์ในการสร้างตุ๊กตาหมีด้วย

ลูกค้าสามารถเลือกสี วัสดุที่ใช้ยัดไส้ ชุด ชื่อ และแม้กระทั่งบันทึกข้อความเพื่อใส่ลงในสินค้าได้ด้วยตนเอง

ของเล่นแต่ละชิ้นกลายเป็น ของที่ระลึกส่วนตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่การค้าออนไลน์ไม่สามารถเลียนแบบได้

ผลลัพธ์: รายได้และจำนวนสาขาเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสี่ปีติดต่อกัน

Build-A-Bear ไม่ได้เป็นเพียงแค่ "ร้านค้าปลีก" อีกต่อไป แต่ เป็นแบรนด์ที่เน้นประสบการณ์และอารมณ์ความรู้สึก

กรณีที่ 2: โรงแรมเอซ – เมื่อ "ล็อบบี้โรงแรม" กลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน

แทนที่จะแข่งขันกับ Airbnb ในเรื่องราคาหรือจำนวนห้องพัก โรงแรม Ace Hotel กลับเปลี่ยนล็อบบี้ของโรงแรมให้เป็น พื้นที่ส่วนกลาง

พวกเขาได้สร้างพื้นที่ทำงานร่วมกันแบบเปิดโล่ง พร้อมบริการ Wi-Fi ฟรี กาแฟ และจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น

จากสถานที่พักผ่อน โรงแรมได้กลายเป็น สถานที่สำหรับการเชื่อมต่อ ประสบการณ์ และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม

Ace Hotel ไม่ได้แข่งขันกันที่ "ตัวเลือกที่พัก" แต่แข่งขันกันที่ ความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ Airbnb ไม่สามารถมอบให้ได้

บทเรียนสำคัญ 3 ข้อสำหรับธุรกิจแบบดั้งเดิม

  • ยอมรับความเป็นจริงและใช้ประโยชน์จากจุดแข็งที่มีอยู่
  • ธุรกิจไม่จำเป็นต้องกลายเป็น "บริษัทเทคโนโลยี" เพื่อความอยู่รอด
  • แทนที่จะเลียนแบบคู่แข่ง จงใช้ประโยชน์จากคุณค่าที่คุณมีแต่เพียงผู้เดียว ได้แก่ บุคลากร ประสบการณ์ เรื่องราวของแบรนด์ และฐานลูกค้าที่ภักดีของคุณ
  • ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก ไม่ใช่ตัวผลิตภัณฑ์
  • ในโลกดิจิทัล ผู้บริโภคไม่ได้แค่ "ซื้อ" แต่พวกเขา "สัมผัสประสบการณ์" ด้วย
  • ผู้ที่เข้าใจเส้นทางการเดินทางของลูกค้า อารมณ์ และความต้องการที่แท้จริง จะสามารถรักษาความภักดีของลูกค้าไว้ได้
  • สร้างสรรค์คุณค่าที่ไม่เหมือนใคร สัมผัสถึงอารมณ์ความรู้สึก
  • ในขณะที่สิ่งอื่น ๆ สามารถลอกเลียนแบบได้ แต่สิ่งที่ลอกเลียนแบบไม่ได้คือ ความหมายและอารมณ์ที่ธุรกิจสื่อออกมา
  • คุณค่าทางอารมณ์ ไม่ใช่ราคาที่ต่ำ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ รอดพ้นจากการแข่งขันที่ดุเดือด

คู่มือปฏิบัติ: สิ่งที่ธุรกิจแบบดั้งเดิมควรทำในช่วง 90 วันแรกของการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล

ขั้นตอนที่ 1 – การสร้างรากฐานข้อมูล (สัปดาห์ที่ 1-2)

  • กำหนดมาตรฐานข้อมูลลูกค้า (ชื่อ อีเมล แหล่งที่มา พฤติกรรมการซื้อ)
  • การเชื่อมต่อช่องทางต่างๆ: Facebook, Zalo, Gmail, เว็บไซต์, ร้านค้า → การรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบเดียว
  • สร้างหน้า Landing Page แรกของคุณเพื่อสร้างลูกค้าเป้าหมายจากช่องทางการโฆษณา

ขั้นตอนที่ 2 – การทำให้กระบวนการให้บริการลูกค้าเป็นไปโดยอัตโนมัติ (สัปดาห์ที่ 3-4)

  • สร้างเวิร์กโฟลว์พื้นฐาน 4 ขั้นตอน: ต้อนรับ, หลังการซื้อ, การเปิดใช้งานใหม่, การอบรมเชิงปฏิบัติการ/กิจกรรม
  • ใช้ AI ในการสร้างเนื้อหาอีเมลและข้อความอัตโนมัติที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่ม
  • ติดตามตัวชี้วัดสำคัญ: อัตราการเปิดอ่าน อัตราการคลิก และอัตราการซื้อซ้ำ

ระยะที่ 3 – การขยายช่องทางการขายแบบครบวงจรและชุมชน (กุมภาพันธ์–มีนาคม)

  • ดำเนินการระบบ Click & Collect (สั่งซื้อออนไลน์ รับสินค้าที่ร้าน)
  • พัฒนาระบบสมาชิก: สะสมแต้ม รับส่วนลดเข้าร่วมเวิร์คช็อป และเข้าถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ก่อนใคร
  • จัดกิจกรรมเชิงประสบการณ์ภายในร้าน (เช่น มินิเวิร์คช็อป การรวมตัวของชุมชน)

ขั้นตอนที่ 4 – การวัดผลและการปรับปรุงประสิทธิภาพ (เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป)

  • กำหนดตัวชี้วัดหลัก: เปอร์เซ็นต์ของรายได้จากลูกค้าประจำ
  • ประเมินประสิทธิภาพของแต่ละช่องทางการโฆษณาโดยพิจารณาจาก CPL, ROAS และ CLV
  • ลดงบประมาณจากช่องทางที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเกณฑ์โดยอัตโนมัติ และเพิ่มงบประมาณสำหรับช่องทางที่มีกำไร

GTG CRM – แพลตฟอร์มที่ช่วยให้ธุรกิจ "กลับมาผงาด" อีกครั้งในยุคดิจิทัล

แพลตฟอร์มที่ช่วยให้ธุรกิจ "กลับมาผงาดอีกครั้ง" ในยุคดิจิทัล

GTG CRM ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือการตลาดแบบเดี่ยวๆ แต่ ทำหน้าที่เป็น "ระบบปฏิบัติการเพื่อการเติบโต" สำหรับธุรกิจต่างๆ ในระหว่างการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล

1. การรวบรวมข้อมูล – เพื่อให้ได้มุมมองที่ครอบคลุมเกี่ยวกับลูกค้า

GTG CRM ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดจากหลายแหล่ง เช่น Zalo, Facebook, Gmail, เว็บไซต์, ร้านค้าออฟไลน์ เป็นต้น

จากข้อมูลเหล่านั้น คุณจะสามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่า ใครเป็นผู้ซื้อ พวกเขามาจากไหน มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร และพวกเขาต้องการอะไรต่อไป

2. การทำให้กระบวนการดูแลลูกค้าเป็นไปโดยอัตโนมัติ – การดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

เวิร์กโฟลว์อัตโนมัติช่วยให้คุณสามารถตั้งค่าลำดับการดำเนินการอัจฉริยะได้:

ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกค้ากรอกข้อมูลบนหน้า Landing Page → ระบบจะส่งอีเมลขอบคุณพร้อมรหัสส่วนลดโดยอัตโนมัติ → หากลูกค้าไม่ทำการซื้อภายใน 3 วัน ระบบจะส่งข้อความสอบถามโดยอัตโนมัติ → หลังจาก 7 วัน ระบบจะแจ้งเตือนอีกครั้งผ่านข้อความ Zalo

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ โดยไม่ต้องมีทีมขายที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

3. สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่น – เพิ่มคุณค่าทางอารมณ์

GTG CRM ช่วยให้คุณสร้างหน้า Landing Page อีเมล ข้อความ โฆษณา และอื่นๆ อีกมากมายบนแพลตฟอร์มเดียว ทำให้มั่นใจได้ว่า ข้อความของแบรนด์จะมีความสอดคล้องกัน ตลอดเส้นทางของลูกค้า

ลูกค้าจะรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ได้รับการจดจำ และได้รับการบริการ ไม่ใช่แค่ "ถูกขายสินค้า" เท่านั้น

4. การวัดผลและการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลเป็นหลัก

งบการเงินรวมช่วยให้ธุรกิจเข้าใจสิ่งต่อไปนี้:

  • ช่องทางไหนสร้างรายได้จริงบ้าง?
  • ค่าใช้จ่ายใดบ้างที่สูญเปล่า?
  • ลูกค้ากลุ่มใดที่เราควรให้ความสำคัญมากที่สุด?

ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจต่างๆ จึงสามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาวได้

ตรวจสอบอย่างรวดเร็ว: ธุรกิจของคุณ "ตื่นตัว" สู่ยุคดิจิทัลแล้วหรือยัง?

  • คุณทราบแน่ชัดหรือไม่ว่าลูกค้ากลุ่มใด 3 กลุ่มที่สร้างรายได้ให้บริษัทถึง 80%?
  • คุณรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ในที่เดียวหรือไม่?
  • ช่องทางการตลาดของคุณเชื่อมโยงกันแล้วหรือยัง หรือยังคงแยกส่วนกันอยู่?
  • คุณใช้ระบบอัตโนมัติในการดูแลฐานลูกค้าของคุณโดยอัตโนมัติหรือไม่?
  • คุณสามารถวัดค่า CLV (มูลค่าตลอดอายุการใช้งานของลูกค้า) ของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้หรือไม่?

หากคุณตอบว่า "ไม่" มากกว่าสองข้อ นั่นหมายความว่า ถึงเวลาแล้วที่คุณจำเป็นต้องใช้ระบบอย่าง GTG CRM เพื่อปรับโครงสร้างเส้นทางของลูกค้าทั้งหมดใหม่

สรุป: การปรับตัวไม่ได้หมายถึง "การเข้าสู่ระบบออนไลน์" แต่หมายถึง "การทบทวนค่านิยม"

บริษัท Toys “R” Us ล้มเหลวเพราะพวกเขาเห็นว่าช่องทางดิจิทัลเป็นช่องทางใหม่

Build-A-Bear และ Ace Hotel ประสบความสำเร็จเพราะพวกเขามองว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเป็น เครื่องมือในการเสริมสร้างเอกลักษณ์ของตนเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

GTG CRM ไม่ได้ทำให้ธุรกิจ "ประสบความสำเร็จเพราะเทคโนโลยี" แต่ช่วยให้ธุรกิจ ใช้เทคโนโลยีในที่ที่เหมาะสม เพื่อ:

  • การทำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
  • การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว
  • และเพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมจริงยิ่งขึ้นในโลกดิจิทัล

การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลไม่ใช่การแข่งขันเพื่อตามให้ทันเทคโนโลยี แต่เป็นการเดินทางเพื่อค้นพบคุณค่าของมนุษย์อีกครั้งในยุคดิจิทัล

และ GTG CRM ก็เป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบในเส้นทางนั้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

เผยวิธีเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการธุรกิจออนไลน์สำหรับเจ้าของร้านเครื่องใช้ในครัวเรือน
กรณีศึกษา

เผยวิธีเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการธุรกิจออนไลน์สำหรับเจ้าของร้านเครื่องใช้ในครัวเรือน

กลยุทธ์การตลาดและการขายสิ้นปีและบทบาทของ GTG CRM ในการเพิ่มรายได้
กรณีศึกษา

กลยุทธ์การตลาดและการขายสิ้นปีและบทบาทของ GTG CRM ในการเพิ่มรายได้

ซูเปอร์มาร์เก็ตอิเล็กทรอนิกส์ Thien Nam Hoa - แอปพลิเคชัน CRM เพื่อเร่งการขายปลีก
กรณีศึกษา

ซูเปอร์มาร์เก็ตอิเล็กทรอนิกส์ Thien Nam Hoa - แอปพลิเคชัน CRM เพื่อเร่งการขายปลีก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังนิยามการตลาดใหม่ได้อย่างไร และ GTG CRM กำลังเชื่อมโยงธุรกิจในเวียดนามให้ทันกับการปฏิวัติครั้งนี้ได้อย่างไร
กรณีศึกษา

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังนิยามการตลาดใหม่ได้อย่างไร และ GTG CRM กำลังเชื่อมโยงธุรกิจในเวียดนามให้ทันกับการปฏิวัติครั้งนี้ได้อย่างไร

6 วิธีสร้างระบบการตลาดและการขายที่เหมาะสมที่สุดด้วย GTG CRM
ข้อมูลเชิงลึก

6 วิธีสร้างระบบการตลาดและการขายที่เหมาะสมที่สุดด้วย GTG CRM

เผยเคล็ดลับธุรกิจที่ทำให้สตาร์ทอัพประสบความสำเร็จ
ข้อมูลเชิงลึก

เผยเคล็ดลับธุรกิจที่ทำให้สตาร์ทอัพประสบความสำเร็จ

ประหยัดเวลาการทำงานของคุณได้ 30–50% ด้วย GTG CRM สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
ข้อมูลเชิงลึก

ประหยัดเวลาการทำงานของคุณได้ 30–50% ด้วย GTG CRM สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

GTG CRM: โซลูชันการจัดการลูกค้าเพื่อเพิ่มความภักดีและเพิ่มประสิทธิภาพการขาย
ข้อมูลเชิงลึก

GTG CRM: โซลูชันการจัดการลูกค้าเพื่อเพิ่มความภักดีและเพิ่มประสิทธิภาพการขาย

เคล็ดลับในการสร้างกระบวนการขายที่ช่วยเพิ่มคำสั่งซื้อของคุณเป็นสามเท่า
ข้อมูลเชิงลึก

เคล็ดลับในการสร้างกระบวนการขายที่ช่วยเพิ่มคำสั่งซื้อของคุณเป็นสามเท่า

การเปลี่ยนจาก “การจัดการด้วยตนเอง” ไปสู่ ​​“การดำเนินการข้อมูล”: เส้นทางการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของ Anh Khoa Travel
เรื่องราวความสำเร็จของลูกค้า

การเปลี่ยนจาก “การจัดการด้วยตนเอง” ไปสู่ ​​“การดำเนินการข้อมูล”: เส้นทางการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของ Anh Khoa Travel

เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลจาก Netflix, Amazon และ Starbucks – และธุรกิจในเวียดนามสามารถทำได้อย่างไรด้วย GTG CRM
เรื่องราวความสำเร็จของลูกค้า

เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลจาก Netflix, Amazon และ Starbucks – และธุรกิจในเวียดนามสามารถทำได้อย่างไรด้วย GTG CRM

จะเป็นพนักงานขายอสังหาฯ ที่มั่นคงในช่วงเวลาที่ยากลำบากได้อย่างไร?
เรื่องราวความสำเร็จของลูกค้า

จะเป็นพนักงานขายอสังหาฯ ที่มั่นคงในช่วงเวลาที่ยากลำบากได้อย่างไร?

เพิ่มประสิทธิภาพงาน เร่งการเติบโตของธุรกิจ

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน
ฟีเจอร์ครบทุกอย่าง
ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต