การขายที่มีประสิทธิภาพไม่ได้หมายถึงแค่การมีสินค้าที่ดีและลูกค้าเป้าหมายเท่านั้น สำหรับผู้ค้าปลีก เจ้าของร้านค้าออนไลน์ และธุรกิจขนาดเล็กในปัจจุบัน การจัดการกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การจัดหาสินค้า การจัดการสินค้าคงคลัง การสร้างคำสั่งซื้อ ไปจนถึงการออกใบแจ้งหนี้ ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณดำเนินธุรกิจผ่านหลายช่องทาง เช่น Shopee, TikTok Shop, Lazada, Facebook หรือเว็บไซต์ของคุณเอง ซึ่งทำให้การควบคุมสินค้าคงคลังและการประมวลผลคำสั่งซื้อซับซ้อนยิ่งขึ้น
GTG CRM ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างครอบคลุม ระบบนี้มีฟีเจอร์หลักสามชุด ได้แก่ การขาย การจัดการสินค้าคงคลัง และการบัญชี ช่วยให้คุณเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมด ตั้งแต่การสร้างสินค้าคงคลัง การจัดการผลิตภัณฑ์ การสร้างภาพสินค้าเพื่อการขาย การรับคำสั่งซื้อจากหลายช่องทางโดยอัตโนมัติ การประมวลผลคำสั่งซื้อ ไปจนถึงการสร้างใบแจ้งหนี้ ทุกอย่างถูกรวมเข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเวลา แต่ยังช่วยลดข้อผิดพลาดอีกด้วย
บทความนี้จะแนะนำคุณทีละขั้นตอนในการเริ่มต้นขายสินค้าบน GTG CRM ตั้งแต่การตั้งค่าเริ่มต้นไปจนถึงการจัดการคำสั่งซื้ออย่างมีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนที่ 1: สร้างคลังสินค้า
ก่อนที่คุณจะเริ่มขาย คุณต้องมีสถานที่สำหรับจัดเก็บสินค้า ในระบบ GTG CRM คลังสินค้าไม่ใช่แค่ที่ที่คุณจัดการสินค้าคงคลังเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ที่ผู้จัดส่งจะมารับสินค้าเพื่อจัดส่งให้ลูกค้าด้วย ร้านค้าหนึ่งๆ สามารถมีคลังสินค้าได้หลายแห่ง ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจของคุณ
ในการสร้างคลังสินค้าใหม่ ให้เข้าถึงเมนู การจัดการคลังสินค้า ในแถบเมนูด้านซ้าย จากนั้นคลิกปุ่ม สร้างใหม่

คุณต้องกรอกข้อมูลต่อไปนี้:
- ชื่อคลังสินค้า: เลือกชื่อที่จำง่ายและสะท้อนถึงประเภทของสินค้าหรือสถานที่ตั้งได้อย่างถูกต้อง ตัวอย่างเช่น "คลังสินค้าเสื้อผ้า", "คลังสินค้าเครื่องประดับ" หรือ "คลังสินค้าสาขาฮานอย"
- รหัสคลังสินค้า: ระบบสามารถสร้างรหัสให้โดยอัตโนมัติ หรือคุณสามารถกำหนดรหัสเองเพื่อการจัดการที่ง่ายขึ้น
- สถานะ: เลือก "ใช้งานอยู่" เพื่อให้คลังข้อมูลพร้อมใช้งานได้ทันที
- ชื่อผู้ติดต่อ: กรุณาป้อนชื่อพนักงานคลังสินค้าหรือผู้รับผิดชอบคลังสินค้าแห่งนี้
- หมายเลขโทรศัพท์: จำเป็นต้องระบุหมายเลขนี้เพื่อให้ผู้ขนส่งสามารถติดต่อคุณได้เมื่อมารับสินค้า
- อีเมล: ไม่จำเป็นต้องระบุ แต่แนะนำให้ใช้เพื่อรับการแจ้งเตือน
- ที่อยู่คลังสินค้า: ข้อมูลนี้สำคัญมาก คุณต้องกรอกที่อยู่ เมือง เขต/อำเภอ และรหัสไปรษณีย์ให้ถูกต้อง เพราะผู้จัดส่งจะมารับสินค้าที่นี่

หลังจากกรอกข้อมูลทั้งหมดแล้ว ให้คลิก บันทึก ตอนนี้คุณมีคลังสินค้าแรกในระบบแล้ว คุณสามารถสร้างคลังสินค้าเพิ่มเติมได้หากคุณดำเนินธุรกิจในหลายพื้นที่ หรือจัดหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ลงในคลังสินค้าแยกต่างหาก
ดูเพิ่มเติม: การจัดการสินค้าคงคลังที่ง่ายขึ้นด้วยฟีเจอร์จาก GTG CRM
ขั้นตอนที่ 2: สร้างผลิตภัณฑ์
เมื่อคุณมีคลังสินค้าแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเพิ่มสินค้าเข้าสู่ระบบ เข้าถึง ศูนย์ผลิตภัณฑ์ จากเมนูทางด้านซ้าย แล้วคลิก สร้างใหม่

ในการสร้างผลิตภัณฑ์ คุณต้องคำนึงถึงข้อมูลต่อไปนี้:
- ชื่อสินค้า: ควรใช้ชื่อที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย ตัวอย่างเช่น "กางเกงมิกกี้เมาส์", "เสื้อยืดคอกลมสำหรับผู้ชาย", "เดรสยาวลายดอกไม้"
- SKU (รหัสสินค้า): นี่คือรหัสเฉพาะและสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสินค้า รหัส SKU ช่วยให้ระบบระบุสินค้าเดียวกันได้ในช่องทางการขายต่างๆ หากคุณขายสินค้าเดียวกันบน Shopee, TikTok Shop, Lazada, Facebook และเว็บไซต์ของคุณ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่ารหัส SKU เหมือนกันในทุกช่องทาง เพื่อให้ระบบสามารถซิงโครไนซ์สินค้าคงคลังได้โดยอัตโนมัติ
- ประเภทสินค้า: เลือกประเภทสินค้าที่เหมาะสมจากรายการที่มีอยู่

หลังจากกรอกข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับรายละเอียดสินค้า ราคา รูปภาพ และรายละเอียดสินค้าคงคลังเรียบร้อยแล้ว ให้คลิก บันทึก เพื่อดำเนินการให้เสร็จสิ้น
ขั้นตอนที่ 3: สร้างภาพสินค้าเพื่อการขายอย่างมืออาชีพ
หนึ่งในคุณสมบัติเด่นของ GTG CRM คือความสามารถในการสร้างภาพสินค้าเพื่อการขายระดับมืออาชีพโดยใช้เทมเพลตสำเร็จรูป แทนที่จะจ้างนักออกแบบหรือแก้ไขภาพแต่ละภาพทีละภาพ คุณสามารถใช้เครื่องมือนี้สร้างภาพสินค้าเพื่อการขายที่สวยงามได้หลายภาพในเวลาเพียงไม่กี่นาที
ขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตาม:
- เข้าสู่หน้าสินค้าที่คุณต้องการสร้างภาพสำหรับจำหน่าย
- เลือกฟีเจอร์ "สร้างภาพเพื่อการขาย" หรือ "การตลาด" อย่างใดอย่างหนึ่ง
- เลือกภาพตัวอย่าง (แม่แบบ) ที่ตรงกับสไตล์ของผลิตภัณฑ์
- อัปโหลดรูปภาพสินค้า - ระบบจะผสานรูปภาพเหล่านั้นเข้ากับเทมเพลตโดยอัตโนมัติ
- ปรับแต่งข้อมูล: ชื่อสินค้า ราคา โปรโมชั่น สโลแกน
- ดูตัวอย่างและดาวน์โหลดภาพที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
ขั้นตอนที่ 4: การจัดการสินค้าคงคลังและการควบคุมซัพพลายเออร์
เพื่อให้มีสินค้าในสต็อก คุณต้องสั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ สร้างข้อมูลซัพพลายเออร์ในระบบเพื่อการจัดการสินค้าคงคลังอย่างมืออาชีพ
- เข้าถึงส่วน ซัพพลายเออร์ ในเมนูการจัดการสินค้าคงคลัง
- คลิก "สร้างใหม่" แล้วกรอกข้อมูลผู้จำหน่าย: ชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ อีเมล และเงื่อนไขการชำระเงิน
- สร้าง ใบรับสินค้าจากคลังสินค้า โดยระบุข้อมูลต่อไปนี้: คลังสินค้าปลายทาง, ผู้จำหน่าย, สินค้า, จำนวน และราคาซื้อ
- ยืนยันการรับสินค้าจากคลังสินค้า - จำนวนสินค้าจะได้รับการอัปเดตในคลังสินค้าโดยอัตโนมัติ
ขั้นตอนที่ 5: เชื่อมต่อช่องทางการขาย
จุดแข็งอย่างหนึ่งของ GTG CRM คือความสามารถในการรับคำสั่งซื้อจากช่องทางการขายหลายช่องทางโดยอัตโนมัติ
ช่องทางที่รองรับ:
- เว็บไซต์ส่วนตัว: ผสานรวมโดยตรงกับระบบประมวลผลคำสั่งซื้ออัตโนมัติ
- เฟซบุ๊ก: สร้างคำสั่งซื้อโดยอัตโนมัติจาก Messenger หรือความคิดเห็น
- Shopee: ซิงโครไนซ์คำสั่งซื้อทั้งสองทิศทาง
- ร้านค้า TikTok: ศูนย์กลางการรับและประมวลผลคำสั่งซื้อ
- Lazada: การซิงโครไนซ์คำสั่งซื้ออัตโนมัติ
วิธีติดต่อ:
- ไปที่ การตั้งค่า → ช่องทางการขาย
- เลือกช่องที่คุณต้องการเชื่อมต่อ
- อนุญาตให้ใช้ GTG CRM
- รอจนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าเชื่อมต่อสำเร็จ
ดูเพิ่มเติม: การจัดการคำสั่งซื้อแบบหลายช่องทางด้วยคุณสมบัติของ GTG CRM
ขั้นตอนที่ 6: สร้างใบสั่งซื้อ
สร้างคำสั่งซื้อด้วยตนเอง
เมื่อลูกค้าสั่งซื้อสินค้าทางโทรศัพท์หรือช่องทางอื่นที่ไม่ได้เชื่อมต่อกัน:
- ไปที่ การขาย → สร้างคำสั่งซื้อใหม่
- กรอกข้อมูลลูกค้า เลือกสินค้า คลังสินค้าที่จะจัดส่ง และวิธีการจัดส่ง
- คลิก บันทึก - คำสั่งซื้อจะอยู่ในสถานะ "พักไว้ชั่วคราว"

รับคำสั่งซื้อโดยอัตโนมัติ
เมื่อเชื่อมต่อช่องทางการขายแล้ว คำสั่งซื้อจะปรากฏในระบบโดยอัตโนมัติพร้อมแหล่งที่มาที่ชัดเจน ได้แก่ Shopee, TikTok Shop, Lazada, Facebook และเว็บไซต์
บันทึก:
- ผู้ขายต้องเปลี่ยนสถานะคำสั่งซื้อเป็น "รอดำเนินการ" ด้วยตนเอง เพื่อให้ข้อมูลซิงโครไนซ์กับระบบ GTG CRM
- เชื่อมโยงคลังสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ข้ามแพลตฟอร์มและ GTG CRM เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการติดตามสินค้าคงคลังมีความถูกต้องแม่นยำ
ขั้นตอนที่ 7: การประมวลผลคำสั่งซื้อและการจัดส่ง
หลังจากยืนยันคำสั่งซื้อกับลูกค้าแล้ว คุณต้องเปลี่ยนสถานะคำสั่งซื้อเพื่อให้ระบบสร้างใบส่งสินค้าโดยอัตโนมัติ
- ไปที่ ใบสั่งขาย ยืนยันคำสั่งซื้อ → ระบบจะสร้างใบส่งสินค้าโดยอัตโนมัติ

- ตรวจสอบข้อมูลในใบส่งสินค้าให้ครบถ้วน: คลังสินค้าต้นทาง สินค้า จำนวน และที่อยู่ในการจัดส่ง
- จัดเตรียมสินค้าตามแบบฟอร์มการเบิกสินค้าจากคลังสินค้า
- กดปุ่ม ยืนยันการรับสินค้า เมื่อผู้จัดส่งมารับสินค้า

- หลังจากยืนยันแล้ว ระบบคลังสินค้าจะหักสินค้าที่ขายไปโดยอัตโนมัติ
- เมื่อลูกค้าได้รับสินค้าแล้ว ให้เปลี่ยนสถานะคำสั่งซื้อเป็น "เสร็จสมบูรณ์"
ขั้นตอนที่ 8: ออกใบแจ้งหนี้
GTG CRM รองรับการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับการยื่นภาษี:
- เข้าสู่ส่วน ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์
- เลือกรายการสั่งซื้อที่เสร็จสมบูรณ์แล้วเพื่อสร้างใบแจ้งหนี้
- ระบบสามารถสร้างใบแจ้งหนี้โดยอัตโนมัติ หรือคุณสามารถสร้างใบแจ้งหนี้ด้วยตนเองได้
- ตรวจสอบข้อมูลและเผยแพร่
หมายเหตุ: สำหรับแพลตฟอร์มที่อนุญาตให้คุณออกใบแจ้งหนี้แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องทำขั้นตอนนี้เพิ่มเติม
ดูเพิ่มเติม: GTG CRM ช่วยจัดการและสร้างใบแจ้งหนี้โดยอัตโนมัติ
ประโยชน์ของการใช้ GTG CRM
- การจัดการแบบรวมศูนย์: สินค้าคงคลัง ผลิตภัณฑ์ คำสั่งซื้อ และใบแจ้งหนี้ทั้งหมดอยู่ในแพลตฟอร์มเดียว
- การประมวลผลคำสั่งซื้ออัตโนมัติ: ซิงโครไนซ์จาก Shopee, TikTok Shop, Lazada, Facebook และเว็บไซต์
- สร้างภาพสินค้าเพื่อการขายอย่างมืออาชีพ: ใช้เทมเพลตสำเร็จรูป ไม่จำเป็นต้องมีนักออกแบบ
- ระบบอัตโนมัติในกระบวนการทำงาน: ตั้งแต่การสร้างใบส่งสินค้าไปจนถึงการอัปเดตสินค้าคงคลัง
- การควบคุมสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ: อัปเดตข้อมูลทันทีเมื่อสินค้าได้รับหรือจัดส่ง
- ลดข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด: ขจัดข้อผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง
- ระบบสนับสนุนการขายแบบหลายช่องทาง: การจัดการคำสั่งซื้อทั้งหมดแบบรวมศูนย์
หมายเหตุสำคัญ
- รหัสสินค้า (SKU) ต้องสอดคล้องกัน: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้รหัสสินค้าเดียวกันในทุกช่องทาง เพื่อให้การซิงโครไนซ์สินค้าคงคลังมีความถูกต้องแม่นยำ
- ที่อยู่คลังสินค้าต้องถูกต้อง: ผู้ส่งสินค้าใช้ที่อยู่นี้ในการรับสินค้า
- เชื่อมต่อทุกช่องทาง: ใช้ประโยชน์สูงสุดจากการประมวลผลคำสั่งซื้ออัตโนมัติ
- การตรวจสอบคำสั่งซื้ออัตโนมัติ: แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนดำเนินการสั่งซื้ออีกครั้ง
สรุป
GTG CRM คือโซลูชันที่ครอบคลุมสำหรับผู้ค้าปลีก เจ้าของร้านค้าออนไลน์ และธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการจัดการกระบวนการทั้งหมดอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่สินค้าคงคลังไปจนถึงการจัดส่งสินค้า ด้วยคุณสมบัติการทำงานอัตโนมัติที่ทรงพลัง คุณจึงสามารถมุ่งเน้นไปที่การขายและการเติบโตของธุรกิจแทนที่จะเสียเวลาไปกับงานธุรการที่ซับซ้อน